มอบให้หวังเฟิ่ง
และหวังเฟิ่งก็คอยบอกหลี่ต้าเฉิงอยู่ตลอด การเงินที่บ้านนั้นไม่เพียงพอ และต้องฝืนใจกินข้าวไม่อิ่มท้อง
แต่วันนี้หวังเฟิ่งกลับยอมควักเงินห้าตำลึงออกมาโดยไม่แม้แต่กะพริบตา หลี่ต้าเฉิงจึงมองย้อนกลับไป สำหรับครอบครัวนี้แล้ว เขาแทบจะไม่เข้าใจเรื่องใดเลยแม้แต่น้อย!
“ไม่มากนัก” หวังเฟิ่งถอนหายใจออกมา ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ปิดบังต่อไปก็ไร้ประโยชน์ “เงินเดือนทุกเดือนของท่านคือสามร้อยอีแปะ ถ้ารวมกับงานรับจ้างอีกประปราย เดือน ๆ หนึ่ง ท่านก็จะมีเงินเข้าบ้านห้าร้อยอีแปะ หนึ่งปีก็ราว ๆ หกตำลึง หากรวมกับการเก็บเกี่ยวบนที่นาและเงินจากการขายผัก จริง ๆ หนึ่งปีก็เก็บเงินได้ประมาณเจ็ดตำลึง”
“เช่นนั้น เหตุใดเจ้าจึงบอกข้าว่าหนึ่งปีครอบครัวเรามีเงินเพียงสองสามตำลึงกัน!” หลี่ต้าเฉิงรู้สึกเสียอาการไปเล็กน้อย “หลาย ๆ ครั้งที่เยว่หานอยากเย็บชุดใหม่ เจ้าก็มักจะบอกว่าไม่มีเงิน ๆ ตอนนี้เจ้าบอกข้ามา ในบ้านยังมีเงินอีกเท่าไหร่กัน!”
เมื่อได้ยินหลี่ต้าเฉิงตะคอกใส่นาง หวังเฟิ่งจึงรู้สึกไม่ยินดีนัก “หลี่เยว่หาน หลี่เยว่หาน! ท่านสนใจแค่ว่าหลี่เยว่หานเป็นลูกสาวของท่าน! ท่านลองถามตัวท่านเองเถิด หลังจากที่แม่ของนางตายไป ท่านหมดเงินไปเท่าไหร่กัน! นางเป็นคนที่ทำให้แม่ของนางต้องตาย ข้าเก็บนางไว้เช่นนี้ก็นับว่าข้าใจดีมากแล้ว!”
หลี่ต้าเฉิงมองหวังเฟิ่งอย่างเหลือเชื่อ “หวังเฟิ่งจงพูดและทำอย่างมีศีลธรรม! งาน