หน้าไม่อาย! ท่านเป็นพ่อเหตุใดจึงพูดกับลูกสาวของตนเช่นนี้กัน!”
ไม่ใช่ว่าหลี่ต้าเฉิงไม่ได้ยินคำพูดของหวังเฟิ่ง เพียงแค่เขาไม่อยากจะสนใจแม้แต่ประโยคเดียว หลังจากเดินออกมาจากบ้านโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมอง หลี่ต้าเฉิงก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ใดเช่นกัน
ฟ้าใกล้จะมืดลงแล้ว ในที่สุดเมิ่งฉีฮ่วนก็เดินทางกลับมาถึงหมู่บ้านไป๋อวิ๋น
ถึงแม้เขาจะยังคงเหลือพละกำลังอยู่อีกมาก และหลี่เยว่หานก็ตัวผอมบาง แต่เมื่ออุ้มไปนาน ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแขนชาขึ้นมา
เมิ่งฉีฮ่วนเป็นชายหนุ่มผู้ถึง ถึงแม้ห้องหับในบ้านจะไม่คับแคบ แต่ก็ยังรกอยู่มากเมิ่งฉีฮ่วนจัดการนำร่างของหลี่เยว่หานวางไว้ในห้องของตน จากนั้นจึงสะบัดแขนข้างที่รู้สึกชา และเตรียมที่จะจัดห้องให้หลี่เยว่หานอีกห้องหนึ่ง
“ท่านอา! ท่านกลับมาแล้ว!” น้ำเสียงนุ่มนวลดังและขณะนั้นเอง เด็กผู้หญิงอายุราว ๆ สามขวบ ตัวเล็กน่ารักก็วิ่งออกมาจากห้องครัว ก่อนจะสะดุดลงไปกอดขาของเมิ่งฉีฮ่วนเอาไว้ “หลิงซีคิดถึงท่านอา!”
เมิ่งฉีฮ่วนที่ถูกกอดขาไว้นั้น จึงไม่ได้รีบเดินออกไป ชายหนุ่มก้มตัวลงไปอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมาจากพื้น และกอดไว้ในอ้อมแขน “หลิงซีวันนี้เป็นเด็กดีหรือไม่?”
หลิงซีกลับไม่ตอบคำถามของเขา แต่กลับกอดคอเมิ่งฉีฮ่วนไว้พลางหอมซ้ายทีหอมขวาที จากนั้นจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ทำไมบนตัวของท่านอาจึงมีกลิ่น!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนจึงขมวดคิ้วเข้าหากัน “วันนี้อาไปรับอาสะใภ้ของเจ้