หวังเฟิ่งร้องไห้พลางคุกเข่าลงตรงหน้า กอดขาของเมิ่งฉีฮ่วนไว้ ทั้งน้ำมูกและน้ำตาไหลอาบแก้มพลางพูดขึ้นมา “ถ้าหากครอบครัวของเราไม่มีบ้านหลังนี้ ก็อาจจะต้องไปเป็นขอทานได้! หลี่เยว่หานไม่ใช่ลูกสาวของข้า ท่านไม่ควรทำให้ข้าต้องกลายเป็นขอทานเพราะบุตรสาวของหญิงอื่น!”
จนถึงตอนนี้ ภาพลักษณ์ของแม่ที่เต็มไปด้วยความรักที่หวังเฟิ่งสร้างขึ้นมานั้น ถูกทำลายลงในพริบตาเดียวด้วยฝีมือของตนเอง
ถึงแม้ว่าคนในหมู่บ้านเฮยถู่จะรู้ว่าหวังเฟิ่งไม่ได้ดีกับหลี่เยว่หานมากนัก แต่เมื่อได้ยินหวังเฟิ่งพูดเช่นนี้ด้วยหูของตัวเองแล้ว ก็รู้สึกโมโหขึ้นมาเช่นกัน
“หวังเฟิ่ง! ถึงอย่างไร เยว่หานก็ปรนนิบัติเจ้ามานานหลายปี เหตุใดเจ้าจึงใจร้ายใจดำอำมหิตเช่นนี้ได้!”
“เดิมก็รู้สึกว่าเจ้าไม่ได้เลี้ยงดูเยว่หานดีนัก แต่ถึงอย่างไรเจ้าก็ไม่ได้ไล่นางออกจากบ้านไป คิดไม่ถึงว่าในที่สุดวันนี้จะพูดเช่นนี้ออกมาได้!”
แม้แต่หลี่ต้าเฉิงยังชะงักไปครู่หนึ่ง “หวังเฟิ่ง เจ้าพูดสิ่งใดกัน? นั่นคือเยว่หาน! นางเป็นลูกสาวของข้า!”
เมื่อได้ยินเสียงของหลี่ต้าเฉิง หวังเฟิ่งจึงหันมาพูดด้วยความโมโห “หลี่เยว่หานเป็นตัวซวย! เป็นเพราะนางทำให้แม่ของนางตาย! ข้าไม่สบายใจที่จะอยู่กับนางมานานแล้ว! ข้าอดไม่ได้ที่จะอยากให้นางตายไปเร็ว ๆ ซะ!”
เมื่อสิ้นเสียง นางก็ถูกเมิ่งฉีฮ่วนใช้เท้าเตะจนทรุดลงกับพื้น “ในเมื่อเจ้าไม่อยากเลี้ยงดูบุตรสาวของหญิงอื่นนั้น ก็ได้”
เมื่อได้ยินเช