ส่หวังเฟิ่ง “บอกข้ามาเสียดี ๆ! ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นอย่างไรกันแน่!”
“ท่านต้องเชื่อใจข้านะ ข้าถือว่าเยว่หานเป็นลูกสาวของข้าเองมาโดยตลอด จะไปตีนางหรือไม่ให้นางกินข้าวได้อย่างไร!”
ได้ฟังเช่นนั้นแล้ว หลี่ต้าเฉิงก็ทำท่าจะกล่าวอะไรออกมา แต่หลี่เยว่หานชิงเปิดปากพูดขึ้นมาเสียก่อน “แม้แต่เสื้อผ้าที่ข้าส่วมใส่ ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ส่งต่อมาจากน้องสาวหรงหรง ตัวข้าเองมีเสื้อผ้าอยู่เพียงสองตัวเท่านั้น…”
แม้ชีวิตของทุกคนในหมู่บ้านชนบทจะอยู่อย่างสมถะขัดสนไปบ้าง แต่ก็ไม่มีลูกสาวบ้านใดที่มีเสื้อผ้าเพียงสองชุด…
ทว่าหวังเฟิ่งเป็นคนตระหนี่อย่างมาก ทุกครั้งที่เปลี่ยนฤดูกาลจะเลือกเสื้อผ้าสองชุดที่หลี่หรงหรงไม่ต้องการมามอบให้กับหลี่เยว่หาน ก่อนจะเอาเสื้อผ้าเก่าของหลี่เยว่หานมาทำเป็นผ้าขี้ริ้วไม่ก็เอาไปตัดเย็บซ่อมชุดของหลี่ต้าเฉิง ส่วนหลี่หรงหรงนั้นมีเสื้อผ้าอยู่เต็มกล่องใหญ่สองกล่อง!
“เจ้าพูดอะไรไร้สาระอีกแล้ว!” หวังเฟิ่งรีบเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าซีดขาว “เป็นเด็กเป็นเล็กแต่กล้าเอ่ยวาจาปลุกปั่น! แม้ว่าข้าจะเป็นเพียงแม่เลี้ยงของเจ้า แต่ข้าก็รักเอ็นดูเจ้าที่เสียแม่ไปตั้งแต่ยังเล็ก ภายในใจถือว่าเจ้าเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของข้าเสมอมา!”
“ถ้าท่านเห็นว่าข้าเป็นลูกสาวแท้ ๆ เหตุใดเมื่อคืนจึงยังให้ข้าออกไปหาปลามาทำซุปให้ท่าน!” หลี่เยว่หานขยี้ตาขณะร้องไห้
หญิงสาวกำลังรอให้หวังเฟิ่งกล่าวออกมาว่ารักเอ็นดูเจ้าของร่างดั่งลูกสาวแท้ ๆ ออ