หรงอยู่อย่างไม่ลังเล
หลังจากเสร็จสิ้นการกระทำอันแสนหยาบกระด้าง เขาก็หันหลังเดินกลับมาหาหลี่เยว่หาน ก่อนจะคว้ามือนางเอาไว้ “ไปกันเถอะ! คืนนี้ไปพักที่บ้านข้าเสีย พรุ่งนี้เช้าพวกเราจะไปตระกูลหลิ่ว ให้พวกเขาได้ตัดสินใจ!”
หัวหน้าหมู่บ้านและอาโจวไม่เปิดโอกาสให้หลี่เยว่หานได้ทักท้วง พากันจูงแขนคนละข้างของหลี่เยว่หานออกจากบ้านตระกูลหลี่…
เช้าวันต่อมา หลี่เยว่หานถูกลูกสะใภ้ของหัวหน้าหมู่บ้านปลุกขึ้นมาจากเตียงตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันจะสาง หลังจากกินโจ๊กหมดชามก็ถูกส่งขึ้นไปบนเกวียนเทียมวัว
ระหว่างทาง หัวหน้าหมู่บ้านนั่งอยู่ในเกวียนด้วยใบหน้าที่ยังคงกรุ่นโกรธ ทว่าหลี่เยว่หานนั้นง่วงจนสัปหงก
กว่าเกวียนจะหยุดอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลหลิ่วก็ใช้เวลาพอสมควร หลี่เยว่หานได้งีบหลับไปพักใหญ่
“โอ้ มาจริง ๆ ด้วย!” เมื่อยามเฝ้าประตูเห็นหลี่เยว่หาน สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดขึ้นมา
ยังไม่ทันที่หลี่เยว่หานจะได้ทำความเข้าใจความหมายในคำพูดของเขา ยามเฝ้าประตูก็ได้ให้คนมานำทางหัวหน้าหมู่บ้านและหลี่เยว่หานไปยังห้องโถงใหญ่
ตระกูลหลิ่วถือเป็นตระกูลใหญ่ในอำเภอหย่งหนิง จำเป็นต้องใช้เวลาพักหนึ่งในการเดินจากประตูหน้าไปยังห้องโถงใหญ่
ระหว่างทางหัวหน้าหมู่บ้านมีสีหน้าบึงตึง ไม่กล่าววาจาใด ชายชราอารมณ์ไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด
หลี่เยว่หานเองก็ไม่กล้าพูด บรรยากาศกดดันเกินไปจนเธอกลัว
เมื่อมาถึงห้องโถงใหญ่หลี่เยว่หานก็พบว่าด้านในมีค