้าง การตบของหวังเฟิ่งจึงไม่เพียงพลาดเท่านั้น แต่แรงของการตบทำให้ร่างกายของนางหมุนไปรอบ ๆ จนเกือบจะล้มลงกับพื้น
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่หรงหรงก็รีบเข้าไปพยุงแม่ของนาง จากนั้นก็จ้องมองไปที่หลี่เยว่หานพลางพูดอย่างโกรธ เคืองว่า “หลี่เยว่หาน! เจ้าทำกับแม่ของข้าเช่นนี้ได้อย่างไร!”
“เจ้าบอกเองว่าเป็นแม่ของเจ้า แล้วทำไมข้าจะปฏิบัติกับนางเช่นนี้ไม่ได้?” หลี่เยว่หานพูดพลางเอียงคอมองหลี่หรงหรง “ตั้งแต่พวกเจ้าสองคนแม่ลูกเข้ามาในประตูบ้านหลี่ของข้า กินดื่มใช้ของข้า สวมเสื้อผ้าของข้าและเอาเสื้อผ้าของข้าไป แล้วตอนนี้เจ้ายังอยากจะขโมยการแต่งงานของข้าไปด้วย ช่างเป็นความคิดที่ดีจริง ๆ”
แม้ว่าหลี่เยว่หานจะไม่ได้มีความประทับใจที่ดีต่อคุณชายใหญ่หลิ่วที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเรื่องที่นางจะป้องกันไม่ให้หลี่หรงหรงประสบความสำเร็จกับสิ่งที่จะทำแม้แต่น้อย
“นังบ้า เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องเหลวไหลอันใด!” เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานพูดโดยไม่ลังเล หวังเฟิ่งก็รู้ว่าการสนทนากับหลี่หรงหรงเมื่อครู่ถูกหลี่เยว่หานได้ยินเข้าแล้ว “เจ้าเป็นขยะอันใดยังไม่รู้อยู่แก่ใจอีกรึ! ข้าให้หรงเอ๋อร์เป็นสหายกับคุณชายใหญ่หลิ่ว ไม่ใช่เพื่อหน้าตาของตระกูลหลี่หรือ!”
“ข้าไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าวันหนึ่งคำพูดเช่นนี้จะออกมาจากปากของท่าน” หลี่เยว่หานยืนตัวตรงและมองไปที่หวังเฟิ่ง “ถ้าท่านต้องการหน้าตา ทำไมท่านถึงยุยงลูกสาวของท่านให้ไปล่อ