ลวงพี่เขยของนาง? จิ๊ ๆๆ ถ้าข้าจำไม่ผิดหลี่หรงหรงไม่บริสุทธิ์แล้วไม่ใช่หรือ?”
ประโยคสุดท้ายเป็นเรื่องไร้สาระของหลี่เยว่หานเอง แต่เธอไม่คาดคิดว่าใบหน้าของสองแม่ลูกจะเปลี่ยนสีก่อนที่เธอจะพูดจบด้วยซ้ำ
“เจ้า…เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องเหลวไหลอะไร! เป็นไปได้อย่างไร…ข้าจะเป็นเหมือนเจ้าได้อย่างไร!” หลี่หรงหรงกัดฟันและโต้กลับ “ข้า…ข้าไม่ได้ทำเช่นนั้นนะ!”
“แล้วทำไมเจ้าถึงพูดติดอ่าง?” หลี่เยว่หานถามกลับ
“ถูกแล้ว!” หวังเฟิ่งลุกขึ้นยืน ซึ่งเมื่อนางมองไปที่หลี่เยว่หานอีกครั้ง นางก็กลับคืนสู่ความสงบแล้ว ทั้งการแสดงออกของนางยังมีร่องรอยของการประจบ “ทว่า หรงเอ๋อร์เป็นน้องสาวของเจ้า ท้ายที่สุดถ้าคุณชายใหญ่หลิ่วไม่มาหาเจ้า เขาคงไม่เข้าใจผิดว่าหรงเอ๋อร์เป็นเจ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็อดหัวเราะไม่ได้ “เจ้าหมายความว่าการที่หลี่หรงหรงและคุณชายใหญ่หลิ่วมีความสัมพันธ์กันเป็นความรับผิดชอบของข้างั้นหรือ?”
หลี่เยว่หานไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าเธอแค่พูดสุ่ม ๆ ไป ทั้งสองคนกลับสารภาพออกมาและโต้กลับอย่างรวดเร็วเช่นนี้
น่าเสียดายที่หลี่เยว่หานไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้น “ถ้าคุณชายใหญ่หลิ่วมาหาหลี่หรงหรง ถึงเวลานั้นข้าต้องเตรียมเตียงให้พวกเขาด้วยหรือไม่?”
“หลี่เยว่หาน! เจ้าลองพูดเรื่องเหลวไหลอีกสิ ดูสิว่าวันนี้ข้าจะไม่ได้ฉีกปากเจ้าเป็นชิ้น ๆ หรือไม่!” หลี่หรงหรงไม่เคยถูกหลี่เยว่หานดูถูกเช่นนี้มาก่อน ซึ่งตอนนี้นางโกรธมากจนอ