่ยวกับเรื่องที่หลี่เยว่หานถูกผีเข้าไปแล้ว
แม้ว่าหลี่ต้าเฉินจะไม่เชื่อเรื่องนี้จริง ๆ แต่เมื่อได้เห็นบุตรสาวคนโตของเขาซึ่งมีนิสัยและอารมณ์แตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิงกำลังมองตรงมาที่เขา แผ่นหลังของเขาก็อดที่จะมีขนลุกวาบขึ้นมาไม่ได้
“เหลวไหล! แม่ของเจ้าบอกว่าเมื่อคืนนี้นางไม่ได้ให้เจ้าไปจับปลา!” หลี่ต้าเฉิงพูดด้วยใบหน้าที่มืดครึ้ม “อาหารเช้าเล่า! นังเด็กเวร เจ้าขี้เกียจอีกแล้วหรือ!”
เมื่อเห็นหลี่ต้าเฉิงซักถามย้ำเกี่ยวกับอาหารเช้า หญิงสาวก็ยกมือขึ้น “ข้ากินอาหารเช้าไปคนเดียวแล้ว ส่วนท่านแม่ ท่านก็รู้แก่ใจดีว่าได้ให้ข้าไปจับปลาเมื่อคืนนี้หรือไม่”
หลี่ต้าเฉิงอาจไม่รู้ว่าหวังเฟิ่งทำอะไรไป
เป็นเรื่องจริงที่ต้องบอกว่าหลี่เยว่หานเป็นบุตรสาวของหลี่ต้าเฉิง หากชื่อเสียงฉาวโฉ่แพร่ออกไป มันจะไม่ส่งผลดีต่อตัวหลี่ต้าเฉิงเลย
นี่จึงทำให้หลี่เยว่หานแน่ใจว่าหวังเฟิ่งจะไม่กล้าบอกความจริงกับหลี่ต้าเฉิง
“ข้าบอกให้เจ้าทำอาหารเช้า แต่เจ้ากลับกินมันเข้าไปเองเรอะ!” หลี่ต้าเฉิงโกรธมากเมื่อได้ยินว่าหลี่เยว่หานกินอาหารเช้าของตนไป!
“ถูกต้อง ท่านพ่อควรสั่งสอนบทเรียนให้นางเสียบ้าง! เมื่อคืนนางไม่กลับบ้าน! นางเป็นนังโสเภณี!” หลี่หรงหรงสุมไฟยุยง
หลี่เยว่หานไม่รีบร้อน เธอมองหวังเฟิ่งด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ท่านแม่ เมื่อคืนข้าได้ไปจับปลาให้ท่านหรือไม่?”
“…” หวังเฟิ่งไม่เคยเห็นหลี่เยว่หานเป็นแบบนี้มาก่อน ชั่วขณะ