่วนิรันดร ข้าถูกข่มขู่จริงๆ ไม่เช่นนั้นให้ข้ายืมความกล้าสิบเท่า ไม่สิร้อยเท่าเลย ข้าก็ไม่กล้าทำแบบนี้หรอก!” จินเฟยเหยามีสีหน้าจริงใจ แสดงได้อย่างสมจริงสมจัง
เซี่ยลี่ไม่ส่งเสียง ทว่าเอ่ยอย่างเยียบเย็น “จริงหรือเท็จ ค้นจิตดูก็รู้”
“ค้นจิต!” พอจินเฟยเหยาได้ยินก็รีบส่ายศีรษะ “ไม่ต้องค้นจิต ไม่ต้องรบกวนท่านลงมือหรอก ข้าบอกหมดแล้ว ถึงข้าจะไม่เห็นหน้าตาคนผู้นั้น แต่ตอนนั้นเขาพูดประโยคหนึ่ง เขาบอกว่าถึงกับกล้าแย่งชิงการค้าของข้า ครั้งนี้ต้องทำลายคนและเรือของเจ้าให้ได้”
จินเฟยเหยารู้สึกว่าคนแบบนี้ต้องมีศัตรูแน่ อีกทั้งค้าขายก็ต้องมีคนคิดจะแย่งชิงการค้า ทางที่ดีขอให้มีคนเช่นนี้จริงๆ ให้เขาย้อนคิดสักนิดว่าเป็นใคร ตนเองจะได้ฉวยโอกาสในพริบตาที่เขาแบ่งแยกสมาธิหลบหนี
เซี่ยลี่ได้ยินคำพูดของนางก็สงสัยอยู่บ้าง การค้าของตนเองดูเหมือนไม่มีใครแย่งชิงมาตลอด ไม่เห็นมีคนทำอาชีพเดียวกันเลย ช่างเถอะ ค้นจิตก่อนค่อยว่ากัน ไม่เอ่ยถึงเรื่องนางปล้นคลังสมบัติ แค่ทำลายเรือเหาะของข้าก็สมควรตายแล้ว ผู้บงการหลังฉากอยู่เบื้องหลังนางต้องปรากฏตัวแน่!
เห็นสายตาของเขาขยับเล็กน้อยจินเฟยเหยาก็คิดจะไป ทว่าพอร่างส่ายไหว