รนี่ก็เป็นโอกาสของตนเอง ดังนั้นหลินเจียวเยวี่ยจึงถาโถมไปทั้งตัวราวกับสุนัขป่าหิวโหยพุ่งเข้าใส่อาหาร
จินเฟยเหยายังกังวลอยู่ว่าหลินเจียวเยวี่ยได้สติเร็วเกินไป ยาปลุกกำหนัดยังไม่ออกฤทธิ์จะทำให้นางหนีไปได้ แต่คิดไม่ถึงว่าหลินเจียวเยวี่ยกลับให้ความร่วมมืออย่างยิ่ง ขึ้นไปบังคับขืนใจด้วยตนเอง อีกทั้งตามการเริ่มออกฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัด หลินเจียวเยวี่ยกลับสนุกสนานจนลืมตัว ยามนี้แม้แต่ผู้ดูแลที่สลบไสลก็เริ่มได้สติแล้ว
ทว่าผงปลุกกำหนัดในร่างเขามีมากกว่าหลินเจียวเยวี่ยหลายเท่า รู้สึกว่าทั่วร่างหงุดหงิดร้อนรุ่มจึงนัวเนียกับหลินเจียวเยวี่ยแบบสติเลอะเลือน เห็นคนทั้งสองมีความสุขกันจินเฟยเหยาจึงแอบออกมาจากห้อง เดินอาดๆ ไปนั่งในโรงน้ำชา ใช้กำลังฉุดลากผู้บำเพ็ญเซียนสตรีมาหลายนางให้พวกนางอยู่เป็นเพื่อนตนเองดื่มชา
นางรอความเคลื่อนไหวทางฝั่งหลินเจียวเยวี่ยมาตลอด ทว่านั่งจนพลบค่ำ ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเลยสักนิด รอคอยอยู่เนิ่นนาน จินเฟยเหยาจึงเดาว่าผงกระตุ้นกำหนัดมากเกินไป สองคนนั้นคงไม่ตายคาอกกันไปแล้วนะ!
แต่นางไม่ต้องกังวลนานนัก มีคนใช้พลังวิญญาณส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ร้องดังจนคนทั้งหอเหอฮวนกว่าครึ่งต่างไ