ายไว้สิ ไม่แขวนไว้ใครจะรู้เล่า!” จินเฟยเหยาหันหน้าไปด่าอย่างไม่สบอารมณ์ ยังหยวนหยางอีก รอนำไม้วิญญาณเหล็กไปแล้ว ข้าจะดูสิว่าพวกเจ้าจะขายหยวนหยางของพี่สยงอย่างไร!
“เจ้า!” ฉินชิงถูกนางยั่วโทสะจนเดือดดาลอย่างหนัก ถ้าเป็นยามปกตินางไม่กล้าพูดจาเช่นนี้กับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตหรอก อีกทั้งครั้งที่แล้วคนผู้นี้เพิ่งบีบข้อมือหลิวสี่แตก กระดูกละเอียดเล็กยิ่งกว่าเมล็ดข้าว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เชื่อมกันโดยสมบูรณ์ เพียงแต่จินคุนเอ๋อร์คนนี้เจ้าหอกำชับไว้เป็นพิเศษ อย่าว่าแต่ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตเลย ถึงเป็นขั้นว่างเปล่านางก็ได้แต่ฝืนใจลุย
จินเฟยเหยาแลบลิ้นใส่ฉินชิงยั่วให้นางมีโทสะแทบตายจึงกลับไปอย่างเบิกบาน
สยงเทียนคุนนั่งเงียบกริบบนพื้น สายตายังจ้องมองพื้นอย่างโง่งมอยู่เช่นนั้น ฉินชิงเห็นจินเฟยเหยาจากไปแล้วจึงเดินมากล่าว “จินคุนเอ๋อร์ รีบลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า ข้างนอกมีคนจำนวนมากรออยู่นานแล้ว”
“ไสหัวไป” สยงเทียนคุนเอ่ยด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
“หา?” ฉินชิงนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ในความทรงจำของนาง ถึงจินคุนเอ๋อร์จะเย่อหยิ่งเย็นชาแต่กลับไม่เคยบันดาลโทสะ บางครั้งยังแย้มรอยยิ้มอันงดงามให้พวกนางด้วย นิสัยดีอย่างยิ่