”
ราชันเสินอวี่ไม่เหลือบแลนางสักนิด สายตาจับจ้องบนร่างหวาหวั่นซีตลอดเวลา หวาหวั่นซีนั่งบนพรมบิน ตามองจมูกไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด ไม่คารวะและไม่เงยหน้า พยายามทำให้ตนเองดูเหมือนท่อนไม้
“คนที่อยู่ข้างกายเจ้าคือหุ่นเชิด?” เดิมทีราชันเสินอวี่คิดจะเรียกนางมาสอบถามเรื่องของเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริง ทว่าตอนนี้กลับถูกหวาหวั่นซีดึงดูดความสนใจไว้จึงโยนเรื่องเจ้าแม่ต้นไม้ออกนอกสมองไปแล้ว
“ใช่ นี่คือหุ่นเชิดที่ข้าหลอมสร้างขึ้นเพื่อต่อกรกับเผ่ามนุษย์ สามารถใช้นางล่อลวงบุรุษเผ่ามนุษย์ จากนั้นค่อยฉวยโอกาสสังหารโดยไม่ทันตั้งตัว ใช้ฆ่าคนปล้นทรัพย์โดยเฉพาะ” จินเฟยเหยาอธิบายด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
“อ้อ” พอพูดแบบนี้ สีหน้าราชันเสินอวี่ก็ดีขึ้น ถ้าใช้สังหารเผ่ามนุษย์โดยเฉพาะ เช่นนั้นสร้างเสียงดงามก็เพื่อให้เผ่ามนุษย์เห็นแล้วหวั่นไหว นี่กลับมีเหตุผลยิ่ง เพียงแต่ให้หุ่นเชิดตัวหนึ่งสะกดข่มทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจนัก “ข้าสนใจนาง ในเมื่อใช้สังหารเผ่ามนุษย์จะอยู่ในมือของใครก็เหมือนกัน เจ้าก็มอบให้ข้าเป็นอย่างไร?”
คิดอะไรน่ะ พอเอ่ยปากก็ต้องการสิ่งของล้ำค่าของผู้อื่น เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร จินเฟยเหยาบริภาษในใจ ใบหน้ากลับแย้มยิ้มไม่ส่งเสียง