แล้วก็ไม่ได้โล่งอก ทว่าห้อตะบึงออกไปอย่างบ้าคลั่ง อยู่ห่างจากเจ้าแม่ต้นไม้วิปริตนี้ยิ่งไกลยิ่งดี นางเหาะมาสองวันจึงจ้องมองภูติที่นั่งอยู่บนหัวพั่งจื่อเงียบๆ มาตลอดและพูดกับหวาหวั่นซี “จะเล่นเล่ห์อะไรหรือไม่? ข้าไม่ค่อยเชื่อว่าเจ้าแม่ต้นไม้วิญญาณจริงจะให้ข้าไปช่วยนางหาคน”
“ข้านึกว่านางลงการป้องกันการรับรู้อะไรใส่เจ้าเสียอีก ถ้าไม่ไปหาจะทำให้เจ้าตาย ตอนนั้นเจ้าเสนอว่าจะช่วยนางตามหาคนข้ายังไม่รู้สึกอะไร แต่ต่อมาได้ยินเรื่องที่นางเล่าข้าก็เป็นห่วงอย่างยิ่ง เจ้าแม่ต้นไม้คนนี้อันตรายมาก” หวาหวั่นซีถอนหายใจยาว ความคิดของเจ้าแม่ต้นไม้คนนั้นยากจะคาดเดาได้โดยสิ้นเชิงว่าต่อไปนางคิดจะทำอะไร
“ดังนั้นข้าจึงรู้สึกว่าภูติที่นางให้ตัวนี้มีปัญหาจะฆ่ามันหรือไม่” จินเฟยเหยาจุปาก มองภูติตัวนี้ด้วยสายตาอำมหิต
หวาหวั่นซีกลับส่ายศีรษะ “ไม่ได้ พวกเรายังไม่รู้ว่านี่เป็นสิ่งใดกันแน่ ได้ยินแต่คำพูดฝ่ายเดียวของนาง ก่อนที่จะรู้แน่ชัดว่าสิ่งนี้คืออะไร พวกเราอย่าแตะต้องมันชั่วคราวจะดีกว่า ถ้าภูติตัวนี้มีความสามารถพิเศษค้นหาหญ้าวิญญาณได้จริงก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครรู้”
“เอาเถอะ ข้าจะละเว้นนางชั่วคราว ถึงอย่างไรพลังบำเพ็ญ