บเมื่อก่อนหรือ? เห็นได้ชัดว่าอยู่อย่างยากจนขนาดนี้แล้ว เจ้ายังให้ยืมสิ่งของไปจนกระทั่งตนเองกลายเป็นยาจกอีก?” จินเฟยเหยาคิดไม่ถึงว่านา างยังโง่เขลาขนาดนี้ ใบหน้าสงบนิ่งในตอนนี้มันเรื่องอะไรกัน? นี่เรียกว่าถูกคนหยิบยืมจนด้านชาจึงเห็นทรัพย์สินเงินทองเป็นดั่งอุจจาระหรือ!”
“เปล่า “ตอนนี้ข้าเป็นแบบนี้แล้วยังหลงนึกว่าตนเองเป็นคุณหนูอยู่อีกได้อย่างไร” ไห่หลันอินรีบอธิบายจินเฟยเหยา “ข้าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พอเห็นมีคนร่ำร้องว่าลำบากต่อห หน้าบอกว่าจะหยิบยืมสิ่งของ ข้าก็ใจอ่อน เมื่อข้าได้สติคืนมาก็ให้ยืมไปแล้ว ถ้าตามกลับมาจะเอ่ยปากอย่างไร ดูเหมือนเมื่อก่อนโปรยเงินทองหนักเกินไปจนเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติไปแล้วจ จึงไม่ต้องคิดผ่านสมอง”
จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างจริงจัง “นี่คือโรค ต้องรักษา”
“ข้ามีการควบคุมไม่ให้หยิบยืมสิ่งของ มีหลายครั้งที่ได้ของดีๆ มา ข้าก็ซ่อนไว้ไม่ได้บอกใคร เนื่องจากขอเพียงข้ามีสิ่งของดีๆ คนในสำนักก็จะต้องการเจ้าสิ่งนี้พอดี ข้าคิดจะไม่ให้คน นอื่นรู้จะได้ไม่มีคนมาหยิบยืม แต่ไม่ว่าข้าจะซ่อนไว้ที่ใดในถ้ำเซียน ไม่เกินสิบวันก็จะมีคนมาหยิบยืมถึงที่ทำให้ข้าหงุดหงิดอย่างยิ่ง” ไห่หลันอินขมวดคิ้วกล่า