่อไปต้องติดตามยายนี่เร่ร่อนอีก คิดจะอยู่อย่างสบายใจห หน่อยคงไม่ได้แล้ว
ลังเลนิดหนึ่ง หวาหวั่นซีพลันยิ้มแย้มขึ้น ภายใต้สายตาสงสัยของจินเฟยเหยานางชี้หน้าจินเฟยเหยาแล้วเอ่ยว่า “ปากเจ้าบวมแล้ว”
“หา!” จินเฟยเหยาลูบ ริมฝีปากบวมนิดหน่อยจริงๆ ด้วยจึงอดด่าทอไม่ได้ “อะไรนะ ทำไมจึงเป็นแบบนี้”
ทันใดนั้น นางเห็นพั่งจื่อหัวเราะหึๆ ขึ้นมาจึงถามพั่งจื่อว่าหัวเราะอะไร จากนั้นก็เห็นนางปิดปากหัวเราะ “มิน่าเล่าเมื่อก่อนปากพั่งจื่อจึงดูบวมนิดหน่อย ที่แท้เกิดจากสาเหตุนี้เอง ”
พั่งจื่อตกตะลึงอย่างหนัก ยายนี่บ้าหรือเปล่า!
หวาหวั่นซีทนฟังต่อไปไม่ไหวจริงๆ จึงถามเรื่องสำคัญด้วยสีหน้าจริงจัง “ตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไร?”
“ทำอย่างไร? แน่นอนว่าต้องหนีไปยิ่งไกลยิ่งดี จะได้แวะไปโลกเทพเหล่านี้ค้นหาวัตถุดิบที่ต้องการสักหน่อย จริงสิ ถ้าเจอวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติสายฟ้าพวกเราต้องรีบเก็บไว้ ต่อไปสาม มารถแลกสิ่งของกับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นว่างเปล่าได้” จินเฟยเหยากระพริบตา นี่เป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดอยู่แล้ว ยังต้องถามด้วยหรือ?
“เจ้าไม่คิดถึงด้านอื่นบ้างหรือว่าบางทีนี่อาจเป็นเรื่องดี?” หวาหวั่นซีถามหยั่งเชิง
จินเฟยเหยาถามด้วยสีหน้างุนงง “เรื่องดีอะ