นางต้องหาสัตว์เยือกแข็งไม่พบแน่ๆ จึงเดินนำมั่วซั่วอยู่ข้างหน้า”
“เอ๋! พี่กระจก ท่านพูดเหลวไหลแบบนี้ได้อย่างไร ถ้าข้าไม่รู้หรือจะพาพวกท่านเดินสะเปะสะปะได้ อากาศหนาวเย็นมาก มิใช่ข้าไม่มีอะไรทำเสียหน่อย” จินเฟยเหยาถลึงตาใส่พี่กระจกหลายครั้ง งอย่างดุร้าย เจ้าสารเลวคนนี้อยู่ในอ้อมอกอบอุ่นของสาวน้อยก็ยังไม่หยุด ถึงกับทรยศตนเอง เจ้าคนกลัวว่าแผ่นดินจะไม่วุ่นวายนี่!
ใต้เท้าหลงเพียงส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา “ถ้านางหาสัตว์เยือกแข็งไม่พบ เช่นนั้นข้าก็จะหาสัตว์พาหนะแทน”
“…” จินเฟยเหยากัดฟันตัดสินใจเด็ดขาด ชี้มือไปข้างหน้า “สัตว์เยือกแข็งอยู่ด้านล่างตรงนั้น เพียงบีบให้มันออกมาก็พอ”
หวาหวั่นซีกุมหน้าผาก ส่ายศีรษะอย่างจนปัญญา ยายโง่นี่ เมื่อครู่ยังค้นหาอยู่ตลอด ตอนนี้บอกว่าอยู่เบื้องหน้า นี่มิใช่พูดจาเหลวไหลเหมือนสุนัขจนตรอกกระโดดขึ้นกำแพงหรือ
“พวกเจ้าคอยดูเถอะ ข้าจะไปเอามันออกมาให้พวกเจ้าดูเดี๋ยวนี้” เห็นทุกคนมีสีหน้าไม่เชื่อถือ จินเฟยเหยาก็ส่งเสียงขึ้นจมูกสะบัดมือแล้วเดินไปข้างหน้า
ที่นี่เป็นชั้นหิมะหนาเหมือนสถานที่อื่นๆ ทว่าจินเฟยเหยาชี้ตรงนี้กลับมีสาเหตุ เนื่องจากนางรู้สึกได้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมือนในพื้น