นข้างนานแล้ว ทนมองดูจินเฟยเหยากำลังแต่งเรื่องโกหกไม่ได้จึงทอดสายตามองเกล็ดหิมะที่โปรยปรายไม่หยุดนอกหน้าต่าง พั่งจื่อเคยชินมานานแล้ว ครั้งนี้แค่หยิบ อาชีพถนัดมาทำใหม่เท่านั้น แต่มันกลับคิดอีกแง่มุม รู้สึกว่าตนเองยอดเยี่ยมยิ่ง สัตว์ภูติแบบใดกันจึงสามารถได้ใกล้ชิดใต้เท้าหลงขนาดนี้ทั้งยังได้ช่วยทุบต้นขาให้อีก มองคนเ เผ่ามารที่รอประจบประแจงตาปริบๆ พวกนั้น มีคนมากเพียงใดคิดจะทำงานทุบต้นขานี้แต่กลับทำไม่ได้
ใต้เท้าหลงถามอีกประโยค “ไม่ใช่เจ้าจริงๆ หรือ?”
“ไม่ใช่ข้าจริงๆ…”
“เอามา”
“สิ่งใด?”
“เกาะลอยได้เล็กๆ”
“ขาย…ขายไปแล้ว”
จินเฟยเหยามีสีหน้าเหมือนถูกคนจับชู้ได้คาเตียงกลับยังมีท่าทางยืนกรานจนถึงที่สุด ยืนพูดโกหกที่ไม่น่าเชื่อถืออยู่ตรงนั้นให้ใต้เท้าหลงฟัง ปกติอ้าปากก็พูดจาเหลวไหลได้อย่างสมบ บูรณ์แบบไร้ที่ติ เวลานี้กลับเห็นได้ชัดว่าแข็งทื่อและไร้เดียงสา น่าเศร้าเกินไปแล้ว
ได้ยินนางบอกว่าขายไปแล้ว เขาก็ไม่ส่งเสียง แค่มองนางเงียบๆ ในดวงตาปรากฏแววตาที่จินเฟยเหยาคุ้นเคย แย่แล้ว! จินเฟยเหยาตกใจ รีบยื่นมือออกมาคิดจะปกป้องถุงเฉียนคุนของตนเอง ง ทว่ายามนี้สายเกินไป รู้สึกบนร่างเบาโหวง ถุงเฉียนคุนที่นาง