เฟยเหยาฉุดลากอย่างหมดความอดทน ดึงเขามา ราชันอี้ถู่รีบเพิ่มปราณปิศาจบนร่าง จากนั้นเห็นหมัดของจินเฟยเหยาต่อยใบหน้า าของเขา
“ไอ้หยา! ใต้เท้าจิน อย่าต่อยหน้า!” เขากุมใบหน้าร่ำร้อง ตาซ้ายเขียวเป็นวงในพริบตาและบวมราวกับผลท้อขนาดใหญ่
จินเฟยเหยาไม่หยุดมือ ปากกลับเอ่ยว่า “เจ้านี่จริงๆ เลย ไม่ต่อยหน้า จะดูออกได้อย่างไรว่าเจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ให้ต่อยบนลำตัวนี่เจ้าอยากตายหรือ มาอีกสองหมัดก็พอ อดทนไว้! !”
ราชันอี้ถู่ถูกจินเฟยเหยาต่อยไม่กี่หมัดก็จมูกช้ำหน้าบวม หัวใหญ่ขึ้นสองเท่ากว่า ได้แต่แยกแยะจากเสื้อผ้าว่าเขาเป็นใคร บรรดาบุตรชายของเขาแต่ละคนกำหมัดแน่นรู้สึกว่าเหลวไหล ลสิ้นดี แต่ก็จำต้องเชื่อฟังนาง ชั่วขณะ ความคิดจะทำให้พลังบำเพ็ญเพียรสูงยิ่งขึ้นเพื่อควบคุมชะตาชีวิตของตนเองได้ปรากฏขึ้นในใจของพวกเขาอย่างแรงกล้า
หากมิใช่เพราะตนเองมีพลังบำเพ็ญเพียรต่ำต้อย ไยต้องให้คนมาคุ้มครอง ต้องหวาดกลัวผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ ทุกเรื่อง ไม่ว่าเป็นเผ่าพันธุ์ใด ในสายตาของพวกเขาเผ่าพิภพล้วนเป็นเพียง เผ่าเล็กๆ ชั้นต่ำ สิ่งที่เกินไปคือบางครั้งถือว่าพวกเขาเป็นสัตว์ปิศาจไม่ใช่เผ่าปิศาจ มีเพียงตนเองแข็งแกร่งขึ้นมาพวกเขาจึงก