้มศีรษะอันหยิ่งยโสและเรียกว่าท่านอย่างเคารพนบนอบ
จินเฟยเหยาไม่รู้ว่าแผนการแย่ๆ ของนางกระตุ้นให้องค์ชายทั้งหลายเกิดแรงบันดาลใจและปรารถนาอยากได้ความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะเมื่อกำปั้นย้ายจากร่างของบิดาชรามาที่ตัวของพวกเขา แต่ล ละหมัดกำลังต่อยความคิดเกียจคร้านของพวกเขาให้แตกกระจาย ใช่ พึ่งพาคนอื่นมามากพอแล้ว พึ่งพาตนเองจะดีกว่าต่อไปจะได้ไม่ต้องทนรับท่าทีเช่นนี้อีก
ต่อยพวกเขาทุกคนจนจมูกช้ำหน้าบวม จินเฟยเหยาจึงหยุดมือแล้วตรวจสอบอย่างละเอียดรอบหนึ่ง ตรงไหนบวมช้ำไม่พอก็เพิ่มอีกหลายหมัดจนกระทั่งนางพอใจจึงปัดๆ มือเอ่ยว่า “เอาละราชัน ต ตอนนี้เจ้าออกไปได้แล้ว”
“อ้อ” ราชันอี้ถู่กุมศีรษะบวมช้ำกำลังคิดจะเดินออกไปก็ถูกจินเฟยเหยาขวางไว้ เขามองจินเฟยเหยาอย่างไม่เข้าใจ ออกไปได้แล้วมิใช่หรือ หรือรู้สึกว่ามีบางแห่งยังต่อยไม่พอ?
คิดไม่ถึงจินเฟยเหยากลับบอกว่า “เจ้าเดินออกไปแบบนี้ไม่มีมาดเลย ข้าคิดว่าเหาะออกไปดีกว่า ใช้พลังปิศาจคุ้มครองกายหน่อย ข้าจะส่งเจ้าออกไป”
“เดี๋ยวก่อน!” ตอนแรกราชันอี้ถู่ยังไม่เข้าใจความหมาย ทว่าเมื่อเห็นนางทำท่าเตรียมเตะคนก็เข้าใจทันทีว่านางคิดจะทำอะไร ดังนั้นรีบร้องตะโกนลั่น
ยังไม่สิ้นเสียงร