้อง ก็เห็นเท้าของจินเฟยเหยาเตะมาที่ท้องของเขา ทั้งร่างก็ลอยวูบหายลับไป จากนั้นจินเฟยเหยาซ่อนอยู่ตรงประตูมองพินิจว่าราชันอี้ถู่ลอยไปที่ใดพลางบอกองค์ ชายที่ยืนมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี “พวกเจ้าเตรียมตัวให้พร้อม ทำตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้”
ราชันเหวินจับตาดูเมืองซั่นเหรินด้านล่างอย่างใกล้ชิด พบว่ามีการป้องกันเพิ่มมาชั้นหนึ่ง จึงอดส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชาไม่ได้ “แค่เพิ่มการป้องกันมาอันหนึ่ง นึกว่าทำแบบนี้แ แล้วจะขัดขวางกองทัพปิศาจของข้าได้หรือ? ดูแคลนพวกเราเกินไปแล้ว อีกสักครู่ข้าจะสั่งให้ทำลายวงเวทอย่างเต็มกำลัง เป็นเผ่าพิภพที่ขลาดเขลาดั่งมุสิกกลุ่มหนึ่งยังกล้าช่วยเหลือเผ่า มนุษย์”
ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่คนหนึ่งข้างกายเขาสอดปากว่า “ราชันเหวิน เดิมทีพวกเขาก็เป็นหนูหลังทองกลุ่มหนึ่ง”
“…” ราชันเหวินเงียบงันไป แล้วกัดฟันกรอดๆ เอ่ยวาจา “เจ้าไม่พูดก็ไม่มีใครเห็นว่าเจ้าเป็นคนตายหรอก”
“ขอรับ”
ในเวลานี้เอง พลันมีสิ่งหนึ่งส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าอเนจอนาถลอยออกมาจากในเมืองซั่นเหรินกระทบบนม่านแสงการป้องกัน จากนั้นก็ถูกดีดไปกระแทกพื้น
เผ่าพิภพที่กำลังกินเนื้อทั้งหมดยุติการกินอาหา