ได้ยินเสียงจู๋ซวีอู๋ตะโกน เขาจึงค่อยๆ เก็บสีแดงโลหิตเหล่านี้เข้าสู่ในร่างกาย แล้วจึงลืมตาขึ้นอ อย่างช้าๆ แวบเดียวก็เห็นจินเฟยเหยาที่ยืนอยู่ด้านล่าง
สบสายตา จ้องมองกัน
ทั้งสองคนคนหนึ่งอยู่บนพื้น อีกคนอยู่บนหลังคา จ้องมองอีกฝ่ายอยู่แบบนี้ อากาศราวกับจะผนึกแข็ง
“จริงเสียด้วย ต้นไผ่ต้องสีเขียวจึงงดงาม สีแดงแปลกประหลาดเกินไป” มองอยู่ครู่หนึ่ง จินเฟยเหยาจึงใช้สองมือกอดอก พยักหน้าอย่างแรงและเอ่ยอย่างมั่นใจ
เสียงดังไปถึงหูของไป๋เจี่ยนจู๋ เขาหลุบตาลงมองไผ่วั่นคงของวิเศษแก่นชีวิตในมือ เดิมทีเป็นสีเขียวขจี ยามนี้กลายเป็นสีแดงโลหิตทั้งกิ่ง ส่องรัศมีแสงประหลาด ไป๋เจี่ยนจู๋พลิกมือ เก็บไผ่วั่นคง ร่อนลงพื้น และคารวะจู๋ซวีอู๋ “คารวะซือจู่”
ทักทายจู๋ซวีอู๋เสร็จ เขาก็หันมือมาคารวะจินเฟยเหยา “สหายเซียนจิน คิดไม่ถึงว่าจะได้พบเจ้าที่นี่”
เดิมทีเขาคิดจะเรียกศิษย์น้องเล็ก แต่พอคิดดูนั่นเป็นเรื่องตั้งแต่สมัยไหนแล้ว นึกได้ว่าในอดีตดูเหมือนตนเองจะไม่เคยเรียกนางแบบนี้ คิดไปคิดมา เรียกสหายเซียนจินจะเหมาะสมกว่า
“ไม่ถือว่าบังเอิญ ซือจู่ของเจ้าบังคับลากข้ามา เขาบอกว่าจะลงแรงช่วยเหลือเพื่อนตัวน้อยๆ ที่น่าสงสาร มอบอาหารให