ู๋ซวีอู๋อยากจะให้จินเฟยเหยาเชื่อคำพูดของเขาอย่างยิ่งจึงดึงนางไว้แล้วอธิบายอย่างสุดกำลัง
จินเฟยเหยาปิดปากหัวเราะหึๆ “ไม่ได้แตะแม้แต่ปลายนิ้ว…”
จู๋ซวีอู๋มองนางอย่างดูแคลน “เจ้ายิ่งเลวร้ายขึ้นทุกทีจริงๆ หัวเราะอะไร คนที่ไม่มีประสบการณ์เลยสักนิดทำเหมือนรู้มาก”
พูดเรื่องนี้อีกแล้ว คนพวกนี้ขอเพียงมีประสบการณ์เล็กน้อยก็ทำเหมือนเหนือกว่าผู้อื่นขั้นหนึ่งตลอด ข้าไม่ใช่เด็กน้อยแล้วนะ! จินเฟยเหยาส่งเสียงขึ้นจมูก “มีอะไรยอดเยี่ยมกัน ก็ แค่อาศัยสตรีเลื่อนขั้น แล้วฮุ่นตุ้นเล่า คงไม่ได้ถูกพวกเจ้าพาไปเฝ้าประตูอีกหรอกนะ”
จู๋ซวีอู๋เงียบงันไป เอ่ยอย่างโศกเศร้า “ข้าคิดจะหาสถานที่ปลอดภัยแห่งหนึ่งให้นาง แต่นางอารมณ์ไม่มั่นคง พลังบำเพ็ญเพียรก็ลดลงเป็นขั้นหลอมรวม อยู่คนเดียวไม่ปลอดภัย เดิมทีข้า วางแผนจะส่งนางกลับสำนักหลิงเถี่ยวก่อน ถึงที่นั่นจะไม่มีอิสระ แต่เจ้าก็เคยเห็นสภาพของนางแล้ว อยู่ข้างนอกข้ายิ่งไม่วางใจ ตอนข้าบรรลุขั้นแปลงจิตใช้เวลาไปไม่น้อย รอจนข้าเลื อนขั้นสำเร็จ นางก็จากไปแล้ว ตอนนี้ไม่รู้อยู่ที่ใด ข้าเป็นห่วงนางมาก”
“ส่งกลับสำนักหลิงเถี่ยว! ตอนนี้นางถือเป็นสตรีของเจ้า เจ้าทำแบบนี้เกินไปหน่อยหรือไม่ ทำไม