เจ้าไม่เอานางไว้ข้างกาย แค่เดือดดาลเป็นบางครั้ง เจ้าก็ถือว่านางเป็นคนสมองมีปัญหา ข ขอเพียงไม่เดือดดาลปกติก็ยังดีๆ เจ้าอย่าบอกข้านะว่าเจ้าไม่มีพื้นที่มิติ ถ้ามีโยนนางเข้าไปก็พอแล้ว” จินเฟยเหยาดูแคลนเขาอย่างยิ่ง บุรุษนี่น้า พอทำเรื่องแบบนั้นแล้วก็จากไปโ โดยไร้เยื่อใย
“ข้าย่อมมีของสิ่งนี้ แต่จะอธิบายกับสำนักหลิงเถี่ยวว่าอย่างไร! ถ้าข้าทำแบบนี้ก็ผิดต่ออาจารย์ของข้า” สีหน้าของจู๋ซวีอู๋แปรเปลี่ยน จากนั้นกลับคืนสู่สภาพเดิมทันที เอ่ยด้วยสี หน้าหงุดหงิด
จินเฟยเหยาจ้องมองเขาโดยไม่ส่งเสียง จากนั้นส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างเย็นชา “ตามใจเจ้า ถ้าไม่กล้าเจ้าก็เป็นศิษย์ที่ดีต่อไป”
หัวข้อสนทนาจึงจบลงอย่างงุนงงเช่นนี้ คนทั้งสองไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องของฮุ่นตุ้นอีก จินเฟยเหยาไม่ได้ถามต่อไปและไม่ได้ออกหน้าสั่งสอนเขาแทนฮุ่นตุ้น ส่วนจู๋ซวีอู๋ก็ทำราวกับไม่มี เรื่องเช่นนี้ ทั้งสองคนเริ่มคุยกันเรื่องอื่น
“เจ้าเก็บเมล็ดพืชพวกนี้ไปทำไม?” คนทั้งสองกลับมาถึงหน้าแผงของจินเฟยเหยาอีกครั้ง นั่งลงรับซื้อเมล็ดพืชด้วยกัน
“เจ้านั่งอยู่ที่นี่ทำให้ข้ากังวลอย่างยิ่ง พลังบำเพ็ญเพียรสูงส่งสะดุดตาเกินไป ลดพลังบำเพ็ญเพียรลงมาหรือถอยมาหน่อยได้ห