้ายแท้ๆ หากมิใช่พวกเขาทำให้ศิลาวิญญาณราคาตก เขาจะกล้าเรียกราคาเมล็ดพืชบ้าบอเมล็ดหนึ่งสูงขนาดนี้ได้อย่างไร
“ถือว่าเจ้าโชคดี วันนี้ข้าอารมณ์ดี อ่ะให้เจ้า” จินเฟยเหยาพึมพำ นำศิลาวิญญาณชั้นล่างร้อยก้อนออกมาให้เขา
ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณรับศิลาวิญญาณแล้วเดินจากไป จินเฟยเหยาเก็บรากผงปิ่งใส่ถุงเฉียนคุน เงยหน้าขึ้นมองผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตช่วงต้นที่ยืนจ้องมองนางอยู่ด้านข้าง มาตลอด “ผู้อาวุโส ท่านมีธุระอะไร หรือว่าคิดจะขายเมล็ดพืชให้ข้า?”
ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นแปลงจิตช่วงต้นคนนั้นพลันเดินมา นั่งยองๆ หน้าแผงนาง จากนั้นเห็นเขาเอ่ยถามอย่างสงสัย “เฟยเหยา เจ้าปลอมตัวเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานมาเก็บเมล็ดพืชที่ นี่ทำไม หรือว่าคิดจะหาสถานที่ที่ไม่มีคนเพาะปลูก?”
เอ๋! จินเฟยเหยาเบิกตาโตมองเขา คนผู้นี้เป็นใคร ข้าไม่รู้จักเขานะ หรือว่าเป็นศัตรู! ไม่ถูกสิ ข้าไม่มีศัตรูเลยนะ อีกทั้งข้าไม่เคยเห็นคนผู้นี้มาก่อน
นางมองพินิจคนผู้นี้อย่างละเอียด หน้าตาหล่อเหลาคมคาย มองดูจากภายนอกอายุไม่เกินยี่สิบห้าปี องคาพยพทั้งห้ามองดูแล้วรู้สึกคุ้นตาอยู่บ้างจริงๆ แต่นางไม่รู้จักเด็ดขาด เป็นใคร กันแน่ ทั้งยังเรียกตน