งุนงง “เจ้าจ้องมองข้าแบบนี้ทำไม? เจ้าไม่ใช่คนประเภทไม่ตอบแทนบุญคุณแล้วจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้เสียหน่อย จะแสร้งทำเป็นตอบแทนไม่ได้ทำไม”
“ใครตอบแทนไม่ได้! ถ้าข้าไม่บาดเจ็บ ตอนนี้คงบีบคอเจ้าตายไปนานแล้ว!” ในที่สุดเหรินเซวียนจือก็คำรามใส่นางอย่างทนไม่ไหวอีกต่อไป “เพราะเหตุใด? ข้าทำอะไรให้เจ้าจึงทำกับข้าแบบนี้ ข้ายังช่วยเจ้าไว้ด้วยนะ เจ้าถูกทุบตีจนสมองพิการใช่หรือไม่” จินเฟยเหยาเลิกคิ้วเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“เจ้า…แค่ก!” เหรินเซวียนจือชี้หน้านางมีโทสะจนแทบจะกระอักโลหิตออกมา แม้แต่บาดแผลที่ใกล้จะหายดีแล้วก็สะเทือนจนปริแตก อีกทั้งยังเกือบจะหายใจไม่ออกและสลบไปอีก
“อ๋า!” จะให้เขาตายไม่ได้ จินเฟยเหยาโผล่ศีรษะออกไปตะโกน “ใครก็ได้รินน้ำมาหน่อย เหรินเซวียนจือจะตายแล้ว!”
ยายสารเลวนี่! เหรินเซวียนจือมีโทสะแทบแย่ กระอักโลหิตออกมาอีก
“เจ้าเพิ่งฟื้น อาการบาดเจ็บยังไม่หายดี รีบนอนลง” เนี่ยนซียกน้ำถ้วยหนึ่งเดินเข้ามาเอ่ยอย่างอ่อนโยน
พอเห็นสาวงาม อาการบาดเจ็บของเหรินเซวียนจือก็ดีขึ้นมากทันที ไม่ไอแค่กๆ ทรวงอกก็ไม่เจ็บแล้ว ปราศจากสีหน้าเดือดดาลเมื่อครู่ เอ่ยด้วยสีหน้าอ่อนโยนสง่างาม “ขอบคุณเสี่ยวหวั่น เจ้าช่างมีน้ำใจ”
เนี่