นหนึ่ง ถึงแม่นยำเพียงใด ก็คงไม่ขว้างจากชั้นสิบสองลงมาชั้นหนึ่ง
แต่มีข้อเสียอย่างหนึ่ง ทุกวันก้อนหินที่ตกลงมาจากด้านบนจะบดบังตรงหน้าต่างไว้ เมื่อตกค่ำเผ่าปิศาจกลับไป ราชันเผ่าพิภพยังต้องออกมาเก็บกวาดก้อนหิน ทว่าตอนค่ำเก็บกวาดเสร็จรุ่งเช้าก็มีเผ่าปิศาจมาขว้างก้อนหินอีก ราวกับจะดำเนินต่อไปเช่นนี้ตราบชั่วนิรันดร
จินเฟยเหยาลุกขึ้นยืน เดินอย่างเกียจคร้านมาข้างหน้าต่าง มองผ่านการป้องกันไปด้านนอก วันนี้จำนวนคนที่มาใกล้เคียงกับในยามปกติ ไม่มีอะไรใหม่ ด่าทอก็ไม่มีอะไรพิเศษ ยังเป็นเจ้าฆาตกรและราชันชำแหละสัตว์อะไรเทือกนี้เหมือนเดิม
มีคนตาแหลมพบว่านางเดินมาตรงหน้าต่าง ด้านนอกเดือดดาลขึ้นมาทันที ก้อนหินจำนวนนับไม่ถ้วนกระแทกมาราวกับฝนตก จินเฟยเหยาไม่ถอยเลยสักนิด มองดูก้อนหินเหล่านั้นถูกการป้องกันดีดออกไป บางครั้งก้อนหินที่ถูกดีดออกไปยังไปโดนเผ่าปิศาจด้านล่างโดยบังเอิญ ยิ่งทำให้มีโทสะและด่าทอเสียงดังขึ้น
น่ารำคาญจริงๆ จินเฟยเหยายืนถ่ายทอดเสียงออกไปดังลั่นอยู่ข้างหน้าต่าง “มีความกล้าพวกเจ้าก็คายผลประโยชน์ที่ได้รับมาให้ข้าสิ ไม่เช่นนั้นก็รีบไสหัวไป!”
ไม่พูดยังพอว่า พอพูดก็ยิ่งทำให้ทุกคนโกรธแค้น เห็นพวกเขามีโทสะจนขยี้เท้า