เรื่องแบบนั้นได้อย่างไร! แค่ตอนที่นางยังไม่ถูกฮุ่นตุ้นยึดครองร่าง มีความสัมพันธ์อันดีกับข้าที่สุด ไม่มีอะไรก็พาข้าออกไปเล่น ตอนนี้คนที่สามารถทำให้นางสงบได้มีเพียงข้าคนเดียว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นางจึงจำเสียงของข้าได้” จู๋ซวีอู๋เล่า
จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างมั่นใจยิ่ง “เนื่องจากเสียงของเจ้าไม่เคยเปลี่ยนไปจากตอนนั้นเลย ถ้าเปลี่ยนเป็นตาเฒ่าหรือบุรุษฉกรรจ์ นางต้องจำไม่ได้แน่”
“แต่ข้าเสนอไปแล้ว ครั้งนี้หลังทะลวงเส้นทางได้ ข้าจะไปสำรวจก่อน ข้าก็อยากดูว่า โลกวิญญาณอื่นๆ เป็นเช่นไร” จู๋ซวีอู๋รู้สึกสนใจการทิ้งศิษย์ไว้แล้วท่องไปทั่วหล้าอย่างยิ่ง ไม่รู้ว่าคนแบบนี้รับศิษย์ไว้ทำไม อยู่คนเดียวเป็นผู้บำเพ็ญเซียนอิสระดีกว่า จินเฟยเหยาตั้งใจจะกล่าวเช่นนี้ แต่คิดถึงว่าตนเองก็อยากไปด้วย พอคำพูดมาถึงปากก็เปลี่ยนเป็น “อย่างนั้นพาข้าไปด้วย ข้าก็อยากไป”
จู๋ซวีอู๋มองนางอย่างประหลาดใจ “เจ้าก็อยากไปด้วย?”
“ถูกต้อง แต่คนแซ่ปู้ไม่ไป ขนาดเรื่องของโลกวิญญาณเหอเซี่ยเขายังไม่รู้ชัดเจนเลย” จินเฟยเหยาหัวเราะฮ่าๆ
ปู้จื้อโหยวกลอกตาใส่และมองท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องของนาง ต่อไปมีเส้นทางเยอะแล้ว จัดการธุระเรียบร้อยย่อมต้องไปทำการค้า