เฟยเหยาดึงคอเสื้อของเขาเค้นถามอย่างไม่ยินยอมจึงรู้ว่าที่จริงซื่อเต้าจิงเป็นของตระกูลเขา แต่คนรับหน้าที่บริห หารจัดการคือท่านพ่อ บุรุษที่หลอกใต้เท้าไหวขึ้นเตียงคนนั้นไม่ให้ศิลาวิญญาณแก่เขาสักก้อนเพื่อบ่มเพาะความสามารถในการแอบดูของปู้จื้อโหยว ส่วนทางใต้เท้าไหวก็ไม่ได้ให้ สิ่งใดแก่เขาเลยเนื่องจากการอบรมในตระกูล ดังนั้นเขาจึงเป็นเพียงปิศาจยากไร้ที่แขวนชื่อนายน้อยเท่านั้น
ปู้จื้อโหยวเห็นนางหดหู่จึงเอ่ยปลอบโยนอย่างรู้ใจ “เจ้าไม่ต้องเสียใจ รอท่านพ่อข้าตายแล้ว ซื่อเต้าจิงก็ตกเป็นของข้า ถึงตอนนั้นข้าจะให้เจ้ากินข้าวหลายชามทุกวัน สังหารคนไม่ กี่คนแล้วขึ้นครองตำแหน่ง จะไม่เก็บศิลาวิญญาณจากเจ้าแม้แต่ครึ่งก้อน”
“เจ้าจะเอาของพรรค์นี้มาทำไม! แค่เลี้ยงอาหารเลิศรสข้าก็พอ” จินเฟยเหยาด่าอย่างไม่สบอารมณ์
“รู้แล้ว” ปู้จื้อโหยวหัวเราะหึๆ
จินเฟยเหยาลังเลนิดหนึ่ง จึงเอ่ยถามอย่างมีความหวัง “ท่านพ่อเจ้าอยู่ที่ใด เมื่อไรซื่อเต้าจิงจึงเป็นของเ