องกันต้องไม่เข้มงวดแน่ ขอเพียงตนเองขัดขวางพวกเขาไว้ระหว่างทางก็พอ เพียงแต่ในเรื่องเวลาจะทันหรือไม่?
ในเวลานี้เอง อินเยวี่ยพลันเอ่ยว่า “เดินทางจากโลกวิญญาณโหยวอวิ๋นกลับโลกวิญญาณเหอเซี่ยทางทะเล ถึงแม้ใช้เรือวิญญาณโทรมๆ แต่ไปกลับต้องใช้เวลาสองปี พวกเราไปเส้นทางของกระจก สภาพโลกวิญญาณ ครึ่งเดือนก็กลับถึงโลกวิญญาณน้ำพุเหลือง จากนั้นใช้เวลาครึ่งปีก็สามารถเร่งรุดไปถึงโลกวิญญาณเหอเซี่ย เจ้าสามารถไปรอที่ท่าเรือสำนักฟ้าของพวกเขาได้”
จินเฟยเหยาจ้องมองอินเยวี่ย เอ่ยถามอย่างหมดวาจา “เจ้าเป็นพยาธิหรือ? ทำไมข้าเพิ่งคิด เจ้าก็รู้ว่าข้าคิดจะทำอะไร”
“นิสัยใจคอคล้ายๆ กัน ข้ารู้สึกว่าเจ้าต้องทำเรื่องแบบนี้แน่” อินเยวี่ยเม้มปากหัวเราะ
“เพราะเหตุใดจึงรู้สึกแบบนี้?” จินเฟยเหยายังไม่เข้าใจ เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าศพแข็งทื่อจะเป็นเวทอ่านใจ
“สมัยข้าอยู่ขั้นกำเนิดใหม่ก็ทำเรื่องแบบนี้ประจำ ต่อมาโลกทัศน์กว้างขึ้น สิ่งของบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องไปแย่งชิงมาอีก” อินเยวี่ยอธิบาย
“อ้อ” จินเฟยเหยาพยักหน้า ที่แท้เป็นเช่นนี้ ถ้าวางสิ่งที่นางเห็นเป็นของล้ำค่าสมัยขั้นสร้างฐานลงเบื้องหน้าในตอนนี้นางก็ไม่สนใจจะหยิบไป เดี๋ยวก่อน คำพูดนี้หมายความ