ูกอินเยวี่ยลูบทั้งนั้น จินเฟย ยเหยาอดคิดไม่ได้ ถ้าอินเยวี่ยมีภรรยาแล้วใช้มือลูบคลำหน้าอกของภรรยา ซาลาเปาสีขาวจะเปลี่ยนเป็นซาลาเปาหน้างาดำหรือไม่?
จูเชวี่ยนอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน มองด้วยตาเปล่าดูเหมือนตายไปแล้ว แต่ไม่ต้องใช้การรับรู้กวาดดู แค่ดูขนปีกที่ยังเผาไหม้ ก็รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะตายเ เมื่อใด
ขนปีก! จินเฟยเหยานึกขึ้นได้ หิ้วพั่งจื่อออกมาโยนไปนอกม่านแสง ให้มันลองดูว่าพิษกระจายหรือไม่ พั่งจื่อกำหมัดดังกร๊อบๆ ด่าทออย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันหลายประโยค เห็นท่าทางดุ ร้ายของมันแสดงว่าข้างนอกไม่มีพิษแล้ว
ดังนั้นจินเฟยเหยาจึงเก็บม่านแสง พุ่งตัวไปข้างจูเชวี่ยอย่างรวดเร็ว จากนั้นใช้พลังวิญญาณห่อหุ้มสองมือ ยื่นมือไปเริ่มดึงขนนกในเปลวเพลิง
ขนของจูเชวี่ยถูกดึงลงมา เปลวเพลิงที่เผาไหม้บนนั้นก็ดับ นางดึงขนที่ไม่เปื้อนพิษลงมา ถ้าเป็นไก่ตัวหนึ่งตอนนี้คงอัปลักษณ์สุดขีด แต่นี่คือจูเชวี่ย แม้แต่บนผิวหนังก็เป ป็นเปลวเพลิง ดังนั้นจึงดูไม่ออกว่าน่าเกลียดเพียงใด เพียงแต่เปลวเพลิงบนร่างของเขายิ่งจางลงทุกที ท่าทางจะถูกพิษตาย
จินเฟยเหยาหอบขนจูเชวี่ยกำใหญ่ เอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “ดียิ่งนัก ขนพวกนี้เพีย