“ท่าทางของพวกเจ้าคืออะไร ไม่รู้แล้วมีอะไรแปลกประหลาด” จินเฟยเหยาไม่พอใจอย่างยิ่ง เผ่าปิศาจอะไร ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินมา
จูเชวี่ยน้อยกุมหน้าผากถอนหายใจ “เผ่าปิศาจก็คือกลุ่มสัตว์ปิศาจเฒ่าที่สามารถแปลงร่างเป็นคนได้หลังจากเลื่อนเป็นขั้นเทพ มีสติปัญญาและความคิด พวกเขาอยู่ด้วยกันเหมือนเผ่ามนุษย์และเผ่ามาร ปรึกษาหารือและตัดสินใจเรื่องต่างๆ ร่วมกัน เพียงแต่ไม่มีสำนักเท่านั้น”
“เผ่าปิศาจเลื่อนขั้นข้ารู้แน่นอน พวกเขาต่างมีดินแดนของตนเอง ไม่มีใครยอมใครมิใช่หรือ? คิดไม่ถึงว่ายังนั่งหารือร่วมกัน ถ้าทายาทของอีกฝ่ายพอดีเป็นอาหารหลักของเขา จะน่ากระอักกระอ่วนเกินไปหรือไม่” จินเฟยเหยาจินตนาการถึงภาพสมานฉันท์แบบนั้นไม่ออกจริงๆ ว่าเป็นเช่นไร
จูเชวี่ยและอินเยวี่ยไม่รู้จะพูดอะไรดี แต่เรื่องนี้ให้จูเชวี่ยอธิบาย อินเยวี่ยไม่ได้เอ่ยปากเพียงมองจูเชวี่ยด้วยรอยยิ้ม รอให้เขาพูด
“สัตว์ปิศาจฝึกบำเพ็ญเข้าเผ่าปิศาจ ทว่าร้ายกาจกว่าผู้บำเพ็ญเซียนมากนัก มีสติปัญญาแล้วแน่นอนว่าไม่กินอาหารสุ่มสี่สุ่มห้า อีกอย่างหนึ่งนี่เป็นเรื่องก่อนมีสติปัญญา ใครจะไปจู้จี้จุกจิกเรื่องเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้” จูเชวี่ยเพิ่งเอ่ยจบก็ได้ยินเสียงสตรีร้องห่มร้องไห้ในกิ่งไ