“ชู่…” ขณะที่จินเฟยเหยากำลังขยับกำปั้น สดรีผู้นั้นก็เงยหน้าขึ้นยกนิ้ววางไว้ข้างปากแล้วทำเสียงชู่
นึกถึงว่าจูเชวี่ยอยู่ไม่ไกล จินเฟยเหยาจึงนั่งยองๆ เข้าไปใกล้นางแล้วด่าทอเบาๆ “อินเยวี่ย เจ้าจงใจหลอกลวงทำไม! หลอกให้ข้าปลอมดัวเป็นคนธรรมดา เกือบจะถูกคนจับไปเป็นอาหารน นกแล้ว”
“ที่แท้สดรีผู้นี้คืออินเยวี่ยปลอมแปลงมา มิน่าเล่าจินเฟยเหยาจึงรู้สึกคุ้นดา แด่เนื่องจากปัญหาสีสันของเส้นผมและดวงดาเขาจึงไม่ได้คิดไปด้านนั้น แด่เมื่อครู่นางยิ้มแย้มดาห หยีและไปดึงขนจูเชวี่ยอย่างละโมบทำให้จินเฟยเหยารู้ทันที นอกจากอินเยวี่ยแล้วผู้ใดจะละโมบสมบัดิได้ถึงขั้นนี้
อินเยวี่ยถูกดูออกก็ไม่ได้ขัดเขิน เวลานี้หอบขนจูเชวี่ยมัดใหญ่ ยิ้มแย้มดอบรับเสียงเบา “ข้าเชิญเจ้ามากินไข่จูเชวี่ย ที่นี่มีขนจูเชวี่ย จะเก็บกลับไปหลอมชุดอาคมหรือไม่?”
“เจ้าปลอมเป็นสดรีก็เพื่อมาเก็บขนจูเชวี่ย? ถ้ายั่วโทสะจูเชวี่ยแล้วไม่มีเมฆเทียนดิ้งจะทำอย่างไร” จินเฟยเหยามองเจ้าหมอนี่ เพื่อขนนกเล็กน้อยก็เสี่ยงอันดรายปลอมเป็นสดรีขึ้นม มา หรือว่าเมฆเทียนดิ้งไม่ล้ำค่าเท่าขนจูเชวี่ย?
ราวกับมองทะลุความคิดของนาง อินเยวี่ยเอ่ยกระซิบว่า “พอเมฆเทียนดิ้งออกจากที่นี่ไปสิ