ิ่งที่ยิ่งทำให้จินเฟยเหยาไม่สบายใจคือบนร่างเขาไม่มีกลิ่นใดๆ เลย ขนา าดกลิ่นเนื้อยังไม่มี ราวกับสิ่งที่เดินอยู่ไม่ใช่คนมีชีวิตทว่าเป็นเพียงวิญญาณดวงหนึ่ง
เห็นท่าทางกังวลใจของจินเฟยเหยา บุรุษผู้นั้นรู้สึกว่าน่าขำ “ข้าชื่ออินเยวี่ย”
“อินเยวี่ย?” จินเฟยเหยาครุ่นคิดอย่างละเอียดอีกครั้ง ไม่รู้จักคนผู้นี้จริงๆ
จากนั้นได้ยินอินเยวี่ยพูดอีกว่า “พวกเราเคยพบหน้าที่คฤหาสน์อินในโลกวิญญาณหนานเฟิง ข้าคือเจ้าบ้านคฤหาสน์อิน น”
“อา เจ้านั่นเอง!” จินเฟยเหยาพลันมีปฏิกิริยา นางร้องลั่นใช้มือคว้าคอเสื้ออินเยวี่ยและกระชากทันที
ร่มในมืออินเยวี่ยเอียงกระเท่เร่ ใบหน้าของเขาถูกแสงอาทิตย์ที่ร่มบดบังไว้สาดส่อง เขาหรี่ตาชูร่มกลับมาเหมือน นเดิมและบดบังตัวเขาและจินเฟยเหยาไว้ใต้ร่ม
“ทำไม!” จินเฟยเหยาด่าทออย่างดุร้าย
“ข้าเกลียดแสงแดด กลัวความร้อน” อินเยวี่ยมองจินเฟยเหยาที่เพลิงโทสะพวยพุ่งด้วยสีหน้าชืดชา
“เกลียดแสงแดด?” จินเฟยเหยาตะลึงงันแล้วหัวเราะหึๆ จากนั้นใช้มือดึงร่มของเขา ปากยังตะโกนอย่างยินดีในคราเคร ราะห์ของผู้อื่น “ข้าจะให้คนสารเลวอย่างเจ้าตากแดดให้ตาย ใครใช้ให้เจ้าละโมบศิลาวิญญาณของข้า”
“คืนร่มให้ข้า ที่นี