ในห้องเก็บของในวังหลวงในวันนั้นก็ไม่มีความคิดจะนำไป
ยาเหล่านั้นล้วนเป็นยาก่อนเลื่อนเป็นขั้นกำเนิดใหม่ ถึงแม้นำไปที่อื่นอาจจะแลกเป็นศิลาวิญญาณได้ แต่ขายลำบาก อีกทั้งยาที่มีปริมาณมากที่สุดเป็นยาของขั้นฝึกปราณและสร้างฐาน ทิ้งไว้ให้พวกเราชันภูติดีกว่า ข้อหนึ่งคือจะได้เป็นน้ำใจ ข้อสองคือต่อไปถึงราชันภูติค้นพบแผนภาพบนแผ่นหลังจะได้เห็นแก่สิ่งของเหล่านี้ไม่กล้าหาเรื่องตนเอง
คิดถึงภาพวังวสันต์บนแผ่นหลังราชันภูติ จินเฟยเหยาก็รู้สึกหมดวาจา
คาถาซับซ้อนยิ่งนัก ดังนั้นนางจึงใช้สิ่งเรียนรู้จากปู้จื้อโหยววาดลงบนแผ่นหลัง ใช้หมึกยันต์วาดตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อย ทดลองกำจัดคาถา ไม่ว่าใครก็คิดไม่ถึง วาดคาถาลงบนนั้นหลายสิบคาถา สุดท้ายจะกลายเป็นภาพวังวสันต์ของบุรุษสามคน อีกทั้งหลังจากใช้หมึกยันต์วาดเป็นคาถาบนแผ่นหลังก็ลบไม่ได้ นอกเสียจากจะกำจัดคาถาทีละบท
แต่ปัญหาอยู่ตรงนี้ จินเฟยเหยาไม่รู้ว่าคาถาบทไหนได้ผล บางทีอาจเป็นคาถาหลายบท ถ้ากำจัดคาถาสุ่มสี่สุ่มห้า ราชันภูติจะถูกยับยั้งปราณมารอีก อีกอย่างจินเฟยเหยาเกียจคร้านแทบตาย นางไม่ยอมเสียเวลาหลายปีลบแล้วทดลองทีละบทบนหลังราชันภูติว่าบทใดจึงถูกต้อง
ถึงรา