ากตบพุงมันก็ชูป้ายให้ราชันภูติ เห็นบนนั้นเขียนว่า ‘แย่งสัตว์ภูติกิน หน้าไม่อาย’
ป้ายนี้ใช้กับจินเฟยเหยา ในที่สุดครั้งนี้ก็ได้ใช้กับคนอื่น หลังจากพั่งจื่อชูป้ายอย่างอารมณ์ไม่ดีก็เดินกลับไปข้างกายจินเฟยเหยา
มองสตรีเผ่ามารที่เสียบดอกไม้ป่าบนศีรษะมีสีหน้าน่ารักไร้เดียงสาและยังมีกบสีขาวที่ชูป้ายใส่ร้ายคนตัวนั้น ราชันภูติก็กำขวานยักษ์แน่น โทสะไม่มีที่ให้ระบายออก
ในเวลานี้มีเสียงดังขึ้น ลานประลองปล่อยสัตว์ชื่อโหยวขั้นเจ็ดตัวหนึ่งออกมาอีก สัตว์ชื่อโหยวที่ทั่วร่างเต็มไปด้วยหนามแหลมคมน้ำลายไหลและพุ่งเข้าใส่พวกเขา
มาได้เวลาพอดี ราชันภูติถือขวานยักษ์ปราดเข้าใส่มันโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง คมขวานพกพาคลื่นอากาศฟันขาหน้าสัตว์ชื่อโหยวหักในขวานเดียว จากนั้นเขากระโดดเหินร่างขึ้นใช้สองมือถือขวานจามลงบนหัวของสัตว์ชื่อโหยว ทั้งลานประลองส่งเสียงฮือฮา ยิ่งมีสาวน้อยร้องอย่างตกใจ “ราชันภูติ!”
“เชอะ ข้าถึงว่าทำไมเขาจึงไม่พอใจ ที่แท้ไม่มีคนให้ระบายโทสะนี่เอง จริงๆ เลย ข้าอยากให้เขาพักผ่อนมากๆ หน่อย จึงไม่ให้เขาลงมือ ต่อไปถ้าไม่ถึงตายก็ไม่ต้องสนใจเขา!” เห็นราชันภูติฟันสัตว์ชื่อโหยวเบื้องหน้าอย่างดุร้าย จินเฟยเห