แล้ว
องค์หญิงปัญญาอ่อนคนนี้คิดจะให้ข้าเห็นแก่หน้าองค์ชายหก อย่าสังหารทาสสาวและราชันภูติ แต่เรื่องขึ้นลานประลองกลับไม่ได้ขอร้อง ถ้าตายบนลานประลองก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า สำหรับราชันภูติก็เหลือไว้ให้องค์ชายใหญ่
คิดถึงการค้าสองทางก้อนนี้ ท่านอ๋องจื้อก็หัวเราะชั่วร้ายอย่างกระหยิ่มใจ
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาคิดไม่ถึงก็คือ หนึ่งชั่วยามต่อมา คนที่มารายงานไม่ใช่ลูกน้องของตนเอง ทว่าเป็นสัตว์ปิศาจทั้งหมดที่ถูกสังหารเกลี้ยงจนไม่มีสิ่งใดให้สังหารแล้ว บนเวทียังไม่มีที่ให้ยืนเนื่องจากมีซากสัตว์ปิศาจกองพะเนิน ราชันภูติและจินเฟยเหยาจึงได้แต่จบงานและกลับมา
จินเฟยเหยาเห็นเตียงของตนเองถูกฟาดจนกลายเป็นชิ้นๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าคนใช้ไม่ได้ภายในนั้น ปราณเข่นฆ่าบนร่างปะทุออกมาและบีบคอท่านอ๋องจื้อไว้ราวกับมารร้าย
ราชันภูติที่ยืนอยู่ข้างกายนางตกตะลึงกับปราณอันดุร้ายที่พุ่งทะยาน ตั้งแต่เขาเกิดมาจนถึงตอนนี้นับได้หนึ่งพันกว่าปีเคยเห็นบุคคลที่เข่นฆ่าสังหารมานับไม่ถ้วน ทว่ากลับไม่เคยเห็นคนที่มีปราณแห่งการเข่นฆ่ามากถึงขั้นนี้ นี่สังหารคนมามากมายเพียงใด หนึ่งพัน หนึ่งหมื่น หรือหนึ่งแสน!
เขาคิดมากไป หลักๆ คือจินเฟยเห