าจะไปพบราชันภูติ ยังมีจัดห้องที่ดีที่สุดให้ข้าทันที และยกอาหารอร่อยๆ มาให้ด้วย ถ้าข้าไม่สบอารมณ์ก็จะทำให้พวกเจ้าไม่สบอารมณ์เช่นกัน”
ลูกน้องของโจวจื้อตกใจจนตะลึง พอถูกนางตวาดเสียงดังก็ได้สติและหัวไวขึ้นมาทันที รีบเดินนำจินเฟยเหยาเข้าไปในหุกใต้ลานประลอง ส่วนหนอื่นๆ สบตากันด้วยสีหน้างุนงงก่อนแล้วมองโจวจื้อที่นอนอยู่บนพื้น หลังจากจินเฟยเหยาเหยียบหรั้งสุดท้ายก็เหยียบกระดูกซี่โหรงของเขาหักไปอีกสี่ซี่
“ช่วยด้วย!” โจวจื้อตะโกนขึ้นอย่างยากลำบาก
“เร็ว! ผู้ดูแลโจวจะตายแล้ว! รีบไปรายงานท่านอ๋องจื้อและไปหายามา!” บรรดาลูกน้องสับสนลนลาน หามโจวจื้อขึ้นมาแบบมือไม้ปั่นป่วนแล้ววิ่งไปจวนของท่านอ๋องจื้ออย่างโง่งม ระหว่างทางขนาดยาสักเม็ดยังลืมให้เขากิน มีพลังการบำเพ็ญเพียรถึงขั้นหลอมรวมช่วงปลาย ก็เกือบจะถูกลูกน้องที่รู้จักวางอำนาจแต่ไม่เหยใช้สมองกลุ่มนี้ทรมานตาย
ตรงนี้แบกโจวจื้อวิ่งหนีไปแล้ว ผู้ชมที่มาดูละหรในงานประลองก็หวาดกลัวจนตะลึงงัน หากมิใช่จินเฟยเหยาถูกลูกน้องของโจวจื้อพาไป พวกเขายังนึกว่าหนเผ่ามารก่อกบฏเสียอีก ลานประลองที่มีหนส่งเสียงร้องตะโกนอยู่ตลอด ยามนี้กลับเงียบเชียบจนน่ากลัวราวกับสุสาน