าจะถูกส่งตัวไปยังสถานที่ใด หรือว่าจะตายอย่างง่ายดายขนาดนี้? จริงสิ! เวลานี้ปู้จื้อโหยวจึงนึกขึ้นได้ ลืมมอบนกปีกสวรรค์ให้จินเฟยเหยา ดังนั้นจึงรีบปล่อยนกปีกสวรรค์ออกมา ถ้าตอนนี้นางยังอยู่ที่โลกวิญญาณซิงหลัวก็สามารถอาศัยนกปีกสวรรค์หานางพบ
ทว่าหลังจากนกปีกสวรรค์ถูกปล่อยออกมา มันบินวนอยู่กลางอากาศหลายรอบก็กลับมาบนมือของปู้จื้อโหยว ส่งเสียงร้องจิ๊บๆ
“ไม่จริงน่า ไม่อยู่ที่โลกวิญญาณซิงหลัวแล้ว? ยายนั่นคงไม่ตายจริงๆ หรอกนะ!” ปู้จื้อโหยวมองสถานที่ซึ่งจินเฟยเหยาหายไปอย่างตะลึงงัน นี่นับเป็นเรื่องอะไร
“ที่นี่คือที่ใด?” จินเฟยเหยามองรอบด้าน รู้สึกงุนงง
เวลานี้นางกำลังยืนอยู่บนแท่นราบที่สูงถึงสิบกว่าจั้ง เหนือแท่นราบมีคมดาบกว้างสามจั้งเล่มหนึ่งแขวนอยู่กลางอากาศ ส่วนนางกำลังยืนอยู่ใต้คมดาบพอดี บนพื้นใต้เท้าเป็นวงเวทขนาดยักษ์ เพียงแต่บนนั้นมีมอสและตะไคร่ขึ้น พอเห็นก็รู้ว่าไม่เคยใช้มาหลายปี
ส่วนไกลออกไป นางเห็นเมืองอันใหญ่โตโอ่อ่าแห่งหนึ่ง แลดูงดงามอร่ามตาอย่างประหลาด แต่สถานที่ซึ่งนางอยู่ตรงนี้ นอกจากแท่นราบแห่งนี้กลับเป็นที่รกร้าง สีเขียวเพียงอย่างเดียวคือมอสบนวงเวทของแท่นราบ
ยืนอยู่ใต้ค