างครั้งไกลบางครั้งใกล้ มองเห็นความเจริญรุ่งเรืองกลับนั่งเดียวดายในตึกสูง อยู่ท่ามกลางผู้คนกลับห่างไกลจากโลกียะ จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองจันทร์กระจ่าง ลมราตรีพัดเย็นสบาย ซ่องเสพความโดดเดี่ยวและเงียบเหงา
กริ๋ง…
กระดิ่งลมที่แขวนไว้ตรงหน้าต่างอีกด้านดังขึ้น ปู้จื้อโหยวปรากฏตัวขึ้นในห้องส่วนตัว
“เจ้ามาช้าเกินไป ข้ารออยู่นานแล้ว สุราล่ะ?” จินเฟยเหยายังนอนเกยหน้าต่างดังเดิมและเอ่ยถามโดยไม่หันหน้ามา
“ให้เจ้า อย่าแสร้งทำเป็นสง่างามเลย ไม่เหมาะกับเจ้า” ปู้จื้อโหยวตบไหสุราสูงเท่าฝ่ามือลงบนโต๊ะ บนนั้นยังใช้กระดาษยันต์ผนึกไว้ จากนั้นนั่งลงบนเก้าอี้ที่วางเบาะนุ่มตรงข้ามกับนาง
จินเฟยเหยาหันหน้ามามองเขาอย่างไม่พอใจ “ข้าสร้างบรรยากาศเย็นชาขึ้นอย่างยากลำบาก รู้สึกว่าตนเองเป็นบุคคลสูงส่งและสำคัญ เจ้าก็ลากข้าลงมาทันที”
“เช่นนั้นข้าไม่กวนใจเจ้าแล้ว เจ้าทำต่อได้เลย ให้ข้าลิ้มรสสุราคืนวิญญาณก่อน” ปู้จื้อโหยวเอ่ยพลางยื่นมือไปหยิบไหสุรา
จินเฟยเหยารีบใช้มือชิงไหสุรากลับมา อุ้มไว้ในอ้อมอกพลางเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ไม่ได้ ของสิ่งนี้ข้าต้องค่อยๆ ดื่ม เจ้าเคยดื่มแล้วมิใช่หรือ ยังเอาขวดมาให้ข้าเลียเลย ยังบอกว่าชิมอะไรอีก มิ