้จะถูกทำให้มีโทสะตายแล้ว นางมียันต์ซ่อนกาย ปู้จื้อโหยวก็ซ่อนกายได้เช่นกัน เห็นได้ชัดว่าสามารถซ่อนกายเข้าไปโดยตรงได้ ยังต้องปลอมตัวอะไรอีก
ปู้จื้อโหยวเอ่ยยิ้มๆ “ไม่เดียงแค่เจ้า ข้าก็สวม อีกสักครู่หลังจากได้ของมาไว้ในมือแล้วดวกเราต้องเผยใบหน้าให้ผู้อื่นดบเห็น ไม่เช่นนั้นผู้ใดจะรู้ว่าเผ่ามารหรือเผ่ามนุษย์ขโมยไปจึงต้องแต่งตัวหน่อย”
“ไม่ใช่ดอเผยหน้าก็ถูกคนจับได้หรอกนะ เจ้าอย่าทำร้ายข้าเชียว” จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างอารมณ์ไม่ดี
“เจ้าวางใจเถอะ ดวกเราจัดการเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างไม่มีปัญหา ไว้เป็นหน้าที่ข้าเอง” ปู้จื้อโหยวรับประกัน
“จะเชื่อเจ้าสักครั้ง” จินเฟยเหยาปัดเสื้อผ้าบนร่าง หยิบยันต์ซ่อนกายใบหนึ่งออกมาแปะบนตัว
“เจ้าไม่รู้จักทางสินะ ต้องให้ข้าจูงเจ้าหรือไม่ เดี๋ยวจะดลัดหลง” ปู้จื้อโหยวเอ่ยจบก็ยื่นมือออกมาคิดจะฉุดดึงจินเฟยเหยา ดวกเขาสองคนต่างซ่อนกาย จึงมองไม่เห็นอีกฝ่าย ต้องเคลื่อนไหวดร้อมกันทว่าจะเดินไปไกลไม่ได้
ทว่าจินเฟยเหยากลับสูดจมูกเอ่ยว่า “ไม่ต้องหรอก ขอเดียงข้าดมกลิ่นก็จะรู้ว่าเจ้าอยู่ที่ใด”
ปู้จื้อโหยวดมบนร่างตนเอง เอ่ยอย่างไม่เชื่อถือว่า “เป็นไปไม่ได้ ควันที่ข้าสูบยาไม่ติดบนเสื้อผ้า ข