้าไม่ทำเรื่องผิดดลาดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้หรอก”
“ไม่ใช่กลิ่นควัน ที่ข้าดูดถึงคือกลิ่นเนื้อ กลิ่นของเนื้อบนร่างเจ้า” จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ
“เจ้าสุนัขชั่วร้าย กลิ่นเนื้อก็ดมออก” ปู้จื้อโหยวไม่มีทางเลือก ผู้อื่นดมกลิ่นเนื้อได้ เจ้าก็จะไม่มีทางหายไปและไม่อาจสับเนื้อโยนทิ้งได้
จินเฟยเหยาหัวเราะอย่างเกรงอกเกรงใจ “โชคดีนะ เป็นอาหารหมด มีกลิ่นก็เป็นเรื่องปกติ”
“ปกติอะไร นี่ไม่ปกติเลยนะ” ปู้จื้อโหยวถลึงตาใส่ตรงที่มีเสียงดังมาและเอ่ยอย่างอารมณ์ไม่ดี
มองสีท้องฟ้ากะประมาณเวลา เกรงว่างานเลี้ยงน่าจะเริ่มแล้ว ดังนั้นปู้จื้อโหยวจึงเรียกจินเฟยเหยาให้เหาะไปเกาะเซียวโม่
เดิมทีบนเกาะเซียวโม่มีการป้องกัน ทว่าวันนี้มีแขกมามากมาย ในบรรดานั้นมีจำนวนไม่น้อยเป็นเผ่ามนุษย์ ถ้าเจ้าป้องกันไว้หมดผู้อื่นยังเกรงว่าเจ้าจะจับตะดาบในไห[1] ดังนั้นจึงถอนการป้องกันออก
จินเฟยเหยาติดตามปู้จื้อโหยวร่อนลงบนเกาะเซียวโม่โดยไร้เสียงราวกับเดินในสวนหลังบ้านของตนเอง เกาะเซียวโม่เป็นเกาะรูปขั้นบันได มีทั้งหมดสามชั้น ชั้นบนสุดมีวังอยู่ตรงกลางหนึ่งหลัง สองฟากของชั้นนั้นมีตำหนักขนาดย่อมสองหลัง ชั้นล่างสุดคือหาดทรายสีเงินริมทะเล
“ด้านซ้ายเป็นที่ดักขอ