มารที่ยาวนานถึงสิบกว่าปี เขาก็ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้น”
“คนผู้นั้นนิสัยเหมือนเด็กๆ ไม่ชอบถูกผู้อื่นควบคุม หนีไปก็เป็นเรื่องปกติ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะไม่กลับมาสู้รบ” จินเฟยเหยาประหลาดใจอยู่บ้าง แต่กลับเข้าใจได้ คนผู้นั้นเป็นคนแบบนี้จริงๆ เป็นซือจู่ได้อย่างไรนะ
“ที่น่าขำที่สุดคือไป๋เจี่ยนจู๋ที่มีความแค้นกับเจ้า ตอนข้ามาโลกวิญญาณซิงหลัวครั้งนี้ยังเคยพบเขา ดูแล้วสงบนิ่งมากขึ้น มีท่าทางยิ่งใหญ่น่าเคารพ เจ้าอยากรู้หรือไม่ว่าข้าพบเห็นเขาที่ใด?” ปู้จื้อโหยวแสร้งทำท่าทางลึกลับมองดูจินเฟยเหยา เอ่ยราวกับยิ้มและไม่ยิ้ม
เห็นท่าทางยิ้มชั่วร้ายของเขา จินเฟยเหยาได้แต่เอ่ยถาม “ก็ได้ เจ้าพบเขาที่ใด?”
“บนเกาะส่งตัว เขาเฝ้าเกาะส่งตัวเกาะหนึ่งในนั้นพอดี คนที่เฝ้าเกาะคู่กับเขาพอดีเป็น กาน สตรีเผ่ามารคนหนึ่งทางเรา”
“กาน?” จินเฟยเหยาครุ่นคิดนิดหนึ่ง จากประสบการณ์ของนางชื่อของชนชั้นสูงเผ่ามารล้วนคล้องจองกัน ชื่อนี้ทำให้นางนึกถึงเผ่ามารคนหนึ่ง “เป็นตระกูลเดียวกับคนที่ชื่อเหมยใช่หรือไม่?”
“อ้อ เจ้ารู้จักเหมยด้วย พวกนางเป็นตระกูลเดียวกันจริงๆ” ปู้จื้อโหยวเดาว่านางน่าจะเคยเห็นเหมยตอนเป็นสุนัขเฝ้าบ้าน ดังนั้นจึงเอ