อักษรไว้เพียงสองตัวว่า ‘ไม่มี’
“อ๊า! ข้าไม่ขออยู่แล้ว เพราะเหตุใดจึงไม่มีหนังสุกรผีเสื้อหยก!” พอหวาหวั่นซีเห็น ก็ใช้มือข้างหนึ่งกุมศีรษะร้องไห้คร่ำครวญ
“เดิมทีเจ้าก็ตายแล้ว” จินเฟยเหยากลอกตาใส่นาง จากนั้นพูดกับพั่งจื่อ “ข้าไม่ได้ฟังคำพูดของเจ้าไม่เข้าใจ จะชูป้ายทำไม!”
พั่งจื่อได้แต่ชี้หวาหวั่นซีแล้วร้อง “อ๊บๆ อ๊บ”
“รู้แล้ว ถ้าเจ้าทนดูต่อไปไม่ได้ก็รีบเอาหนังสุกรผีเสื้อหยกและกระดูกสัตว์ปิศาจขั้นเก้ามา ไม่เช่นนั้นเป็นแบบนี้ตลอดข้าก็ลำบาก” จินเฟยเหยาโบกสิ่งของที่หวาหวั่นซีโยนมา พอดีเป็นแขนข้างหนึ่ง
แขนข้างนี้หวาหวั่นซีเป็นคนฉีกลงมาเอง สิ่งที่ไม่เหมือนกับผิวพรรณบนใบหน้าอันงดงามจับใจคนของนางคือแขนข้างนี้เป็นหนังเหี่ยวย่นสีดำทั้งหมด พอเห็นก็รู้ว่าเป็นหนังแข็งๆ ของสัตว์ทะเลสีดำ จากนั้นมองหวาหวั่นซีที่กำลังทึ้งเส้นผมอย่างบ้าคลั่ง ตั้งแต่คอขึ้นไปเป็นสาวงามขาวเนียนนุ่ม ทว่าตั้งแต่คอลงมาในเสื้อผ้าที่เปิดกว้างกลับเป็นร่างที่ทำจากหนังสัตว์แข็งๆ สีดำ
ความแตกต่างแบบนี้ทำให้คนยากจะรับได้ ศีรษะคือเทพธิดา ร่างกายกลับเป็นยักษ์ แตกต่างกันเกินไปแบบนี้ทำให้หวาหวั่นซีผู้เย่อหยิ่งรับไม่ได้ แม้แต่พั่งจื่อที่เป็น