นังสัตว์ชนิดนั้น”
จินเฟยเหยาบ่นพลางเริ่มใส่แขนให้หุ่นเชิดที่ยืนนิ่ง แขนข้างนี้ที่จริงก็ไม่ถือว่าหวาหวั่นซีฉีกลงมา นี่คือส่วนที่ถูกสัตว์ปิศาจโจมตีตอนพวกนางสองคนออกไปล่าสัตว์ปิศาจ เนื่องจากใช้วัสดุไม่ดี แค่พอฝืนใช้ได้ ดังนั้นจึงถูกโจมตีจนเหลือหนังห้อยอยู่เล็กน้อย หวาหวั่นซีจึงดึงลงมาโยนทิ้งอย่างเดือดดาล
ต่อแขนใหม่ต้องใช้เวลานิดหน่อย นางถอดเสื้อผ้าของหุ่นเชิดทั้งหมด ใช้พลังวิญญาณหลอมตรงรอยต่อให้เข้ากัน
ขณะกำลังหลอมแขนหุ่นเชิดพลันลืมตาขึ้นอีก ครั้งนี้ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน เอ่ยวาจาอย่างนุ่มนวลว่า “เฟยเหยา เจ้าไม่ต้องสนใจนาง นิสัยของนางเป็นแบบนี้มาตลอด ในอดีตไม่เคยได้รับความลำบากแบบนี้จริงๆ พวกเรารู้ว่าเจ้าแทบใช้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดจนเกลี้ยงเพื่อร่างนี้ พั่งจื่อก็ออกไปตั้งแผงทั้งวัน ส่วนใหญ่คือเนื่องจากคิดจะค้นหาวัสดุดีๆ มาสร้างร่างกายให้พวกเรา”
“เนี่ยนซี เจ้าไม่ต้องพูดแก้ตัวแทนนาง นางยิ่งไม่พอใจ ครั้งหน้าตอนออกไปล่าสัตว์ปิศาจก็จะยิ่งฮึกเหิม เห็นสัตว์ปิศาจราวกับเห็นศัตรู” จินเฟยเหยามองหุ่นเชิดแล้วเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม
วิญญาณในหุ่นเชิดเวลานี้เปลี่ยนเป็นเนี่ยนซี นางไม่ได้ปัญญาอ่อน ทว่ามีสติปัญญาแล้ว ยืน