ชิงเจียงบนภูเขาพบความเคลื่อนไหวที่นี่จึงทิ้งลิงซานเซ่าเทียมที่หดตัวรวมกันเป็นกองฝูงนั้น ปลีกตัวเหาะมายังคฤหาสน์ตระกูลเยวี่ย เห็นคฤหาสน์ถูกทำลายไปครึ่งหนึ่งและยังมีคนธรรมดาร้องไห้คร่ำครวญอยู่ใต้เศษซาก นางก็ขมวดคิ้วเอ่ยถามจินเฟยเหยา “สหายเซียนจิน ข้าขอให้เจ้ายั้งมือไว้ไมตรีอย่าทำลายคฤหาสน์มิใช่หรือ ในนั้นมีคนธรรมดาอาศัยอยู่จำนวนมาก เจ้าทำลงคอได้อย่างไร”
จินเฟยเหยาตะลึงงัน ตอนนี้ไม่ตามหาซานเซ่าแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะมาด่าทอตนเองก่อน “ดวงตาข้างไหนของเจ้าเห็นว่าข้าเป็นคนทำ นี่ซานเซ่าทำ เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย หากมิใช่เจ้าบอกว่าอย่าทำร้ายคนธรรมดา อย่าทำลายบ้านผู้อื่น ข้าคงไม่พูดจาไร้สาระกับมันอยู่นาน แต่ปล่อยเวทมนตร์สังหารมันให้ตายทันที”
“ตอนมันปล่อยเวทมนตร์ เหตุใดเจ้าจึงไม่ต้านรับ เจ้าเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่แล้ว เสี่ยงชีวิตต้านทานการโจมตีของสัตว์ปิศาจขั้นแปดได้อย่างไม่มีปัญหาเลยสักนิด!” หูของหลินชิงเจียงได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญของคนธรรมดา สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นน่าเกลียด
“เจ้าบ้าหรือเปล่า มีสิทธิ์อะไรให้คนอื่นไปเสี่ยงชีวิตต้านทานการโจมตี ทำไมเจ้าไม่ไปเองล่ะ พูดเสียน่าฟัง” จินเฟยเหยาไม่พอใจ เจ้าไม่มีคุณ