ของสหายเซียนคือ?”
อีกฝ่ายคิดไม่ถึงว่าจินเฟยเหยาจะทักทายตนเองก่อน จึงตอบอย่างสุภาพด้วยรอยยิ้มว่า “ที่แท้เป็นสหายเซียนจิน ข้าชื่อหลินชิงเจียง”
“สหายเซียนหลิน ชื่นชมมานานแล้ว” จินเฟยเหยาประสานมือคารวะนาง เลียนแบบคำพูดของผู้บำเพ็ญเซียนของสำนักอันเที่ยงธรรมตอนพบกัน เอ่ยวาจาเกรงอกเกรงใจตามมารยาท
หลินชิงเจียงก็ประสานมืออย่างมีมารยาท “สหายเซียนจิน ไม่ต้องเกรงใจ”
“จะว่าไปก็จริง แบบนี้เกรงใจเกินไป” จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ จากนั้นคนทั้งสองก็เริ่มสนทนากัน
ประมุขตระกูลเยวี่ยมองผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่สองคนทางซ้ายและขวา ไม่รู้ว่าสมควรพูดอะไรดี ตอนนี้เขาพลันแค้นเรื่องหนึ่งอย่างยิ่ง นั่นก็คืองดอาหาร ถ้าผู้บำเพ็ญเซียนไม่ต้องงดอาหาร ตอนนี้ตนเองก็สามารถบอกได้ว่า อาหารเตรียมเสร็จแล้ว เชิญทุกคนดื่มสุราสักจอกจะได้ทำลายบรรยากาศกระอักกระอ่วนนี้ ดื่มสุราเล็กน้อย รับประทานอาหารนิดหน่อยบรรยากาศคงดีขึ้น จะได้มีเรื่องสนทนากัน
เรือนด้านหลังมีบรรดาผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานที่มาล่วงหน้า แต่ละคนปิดประตูไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่รู้ว่ามาช่วยสังหารซานเซ่าหรือมาอาศัยอยู่ที่นี่ ปริมาณการบริโภคชาวิญญาณในหลายวันนี้เพิ่มขึ้น