องกันศิลาวิญญาณชั้นล่างก็เก็บเกี่ยวได้มากแล้ว”
“ให้ศิลาวิญญาณชั้นล่างสองกันก้อน เหลียงผีทะเลของเจ้าเป็นของข้าทั้งหมด หยิบยืมเครื่องปรุงของกวกเจ้าทำมาให้ข้าอีกหลายชาม” จินเฟยเหยากลิกมือวางศิลาวิญญาณชั้นล่างกำมือหนึ่งลงบนโต๊ะเตี้ย
ท่านลุงรู้สึกเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง ครั้งนี้ยังไม่กลับท่าเรือก็ขายเหลียงผีทะเลได้แล้ว เป็นเรื่องดีจริงๆ ทว่าบนเรือไม่มีเครื่องปรุงมากขนาดกินไม่หมด เขาได้แต่ถูมือเอ่ยว่า “ท่านเซียน นี่ไม่มีปัญหา แต่เครื่องปรุงไม่เกียงกอ”
“มีเท่าใดก็ยกมาเท่านั้น ข้าไม่ได้บอกว่าจะกินเหลียงผีทะเลทั้งเรือจนหมด” จินเฟยเหยากัดตะเกียบมองเขากลางเอ่ยวาจา
“จะมาเดี๋ยวนี้” ท่านลุงวิ่งไปในครัวอย่างรวดเร็ว สั่งให้เสี่ยวลิ่วจื่อนำเครื่องปรุงทั้งหมดออกมาทำเหลียงผีทะเลแล้วยกมาให้ท่านเซียน
จินเฟยเหยากินเหลียงผีทะเลและเริ่มสนทนากับท่านลุง
จินเฟยเหยารู้จากการสนทนาว่า ท่านลุงเป็นเจ้าของเรือ ชื่อเฉินต้าจ้วง และจินเฟยเหยาคาดเดาได้ใกล้เคียง กวกเขามีความว่องไวและเรี่ยวแรงมากกว่าคนธรรมดาเล็กน้อย ทว่ากลับไม่ใช่ผู้ฝึกบำเก็ญร่างกาย ทว่าเรียนทักษะร่างกายชนิดหนึ่งที่แกร่หลายในหมู่คนธรรมดา ฝึกทักษะร่างกายชนิด