องตนเอง
“พั่งจื่อ ยืนอยู่ตรงนั้นทำไม? ไปสิ” จินเฟยเหยากินผลอวี้หลงสามผลแล้ว อารมณ์ดีขึ้น ส่งเสียงฮัมเพลงเบาๆ เตรียมออกจากเมือง เห็นพั่งจื่อยืนนิ่งอึ้งอย่างโง่งมอยู่กลางถนนก็ตะโกนเรียกเสียงดัง
“อ๊บ” พั่งจื่อไม่ขยับเพียงตั้งใจมองนางดีๆ
จินเฟยเหยาลูบศีรษะ “เอาเถอะ ครั้งหน้าข้าจะเหลือไว้ให้เจ้านิดหนึ่งแน่นอน ข้าก็คิดไม่ถึงว่าเจ้าสิ่งนี้จะอร่อยมาก ก่อนหน้านี้ไม่น่าแค่กินอิ่มเลยจริงๆ นับจากนี้ไป ข้าจะลิ้มรสอาหารอร่อย จะไม่กินอาหารที่ไม่อร่อยอีก”
นางหัวเราะหึๆ ให้พั่งจื่อแล้วยกมันขึ้นเดินออกนอกเมือง
“กลับมาได้เวลาพอดีจริงๆ ไม่เช่นนั้นคิดจะเห็นเทาเที่ยสักครั้งคงไม่ง่ายดาย” บนชั้นสองของคฤหาสน์อิน เจ้าคฤหาสน์ยืนมองจินเฟยเหยาจากไปผ่านร่องตรงหน้าต่างพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มจางๆ
ด้านหลังของเขามีผู้บำเพ็ญเซียนที่ดำเนินการประมูลเมื่อครู่ยืนอยู่กำลังยืนห้อยมืออยู่ด้านข้างอย่างเคารพนบนอบ “เจ้าคฤหาสน์ จะให้นางจากไปเช่นนี้หรือ?”
เจ้าคฤหาส์ยื่นนิ้วอันขาวซีดมาปิดร่อง กั้นแสงอาทิตย์ภายนอก จากนั้นลูบเส้นผมสีขาวที่ปกคลุมถึงไหล่ “หรือว่าเจ้าคิดจะเลี้ยงข้าวนาง?”
“ไม่กล้า” ผู้บำเพ็ญเซียนที่ดำเนินการประมูลรีบก้มหน้าเอ่ยตอบ ให้เข