าหยิบยืมความกล้า เขาก็ไม่กล้าเชิญเทาเที่ยกินข้าว กินหรือไม่กินคนก็เหมือนกัน จะเลี้ยงให้อิ่มได้หรือไม่ยังไม่รู้เลย
“แสงอาทิตย์ด้านนอกแรงเกินไป ข้าไม่ชอบออกไป แสงอาทิตย์ของโลกวิญญาณหนานเฟิงร้อนแรงจริงๆ ทำให้คนรู้สึกไม่สบาย อีกทั้งข้าก็ไม่มีสิ่งใดจะรับรองนาง จะรั้งนางไว้ที่นี่ทำไม” เจ้าคฤหาสน์เอ่ยอย่างชืดชา
“เจ้าคฤหาสน์พูดได้ถูกต้อง”
จินเฟยเหยาไม่ได้รั้งอยู่ที่เมืองหยวนอีก ออกจากเมืองก็พาพั่งจื่อหนีไปทันที นางนั่งอยู่บนพรมบินเหาะเหินตลอดกลางวัน มือกลับนำกระจกสภาพโลกวิญญาณออกมา นางถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปในกระจก ก็เห็นบานกระจกเปล่งแสง หลังจากแสงสว่างหายไปบานกระจกก็ปรากฏแผนภาพผืนหนึ่ง
บนพื้นหลังสีฟ้าดำมีจุดสีขาวขนาดเท่าเมล็ดข้าวจำนวนนับไม่ถ้วน จินเฟยเหยาใส่การรับรู้ลงไปในกระจกสภาพโลกวิญญาณ ตามความคิดของนางที่ถ่ายเทเข้าไป จุดแสงสีขาวเหล่านั้นเริ่มใหญ่ขึ้น จากนั้นภายในรัศมีที่สามารถมองเห็นได้ จุดแสงสีขาวเหล่านั้นก็เปลี่ยนเป็นอักษรสีดำบนพื้นสีขาว
เนื่องจากโลกวิญญาณหนานเฟิงที่นางอยู่ถือเป็นดินแดนของโลกวิญญาณเป่ยเฉิน ดังนั้นบนบานกระจกจึงเลื่อนมายังสถานที่ของโลกวิญญาณเป่ยเฉินอย่างรวดเร็ว จินเฟยเหยา