จ้องมองชามบะหมี่เบื้องหน้า
นางมองเนื้อหมักซีอิ๊วขนาดเท่าฝ่ามือสามชิ้นที่วางบนบะหมี่แล้วถามท่านลุงขั้นฝึกปราณช่วงต้นซึ่งเป็นเจ้าของแผงเล็กๆ อย่างสงสัย “เถ้าแก่ เนื้อนี่คงไม่ใช่เนื้อมนุษย์นะ?”
“ผู้อาวุโสล้อเล่นแล้ว ในโลกวิญญาณหนานเฟิงเนื้อมนุษย์แพงมากกว่าเนื้อสัตว์มาก แผงเล็กๆ ของข้าจะขายเนื้อมนุษย์อย่างไรไหว” เจ้าของแผงยิ้มประจบและเอ่ยตอบอย่างระมัดระวัง เผชิญหน้ากับบุคคลผู้ยิ่งใหญ่อย่างผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ ต่อให้เขาไม่อยากยิ้มประจบก็ไม่กล้า
ฟังคำพูดของเขา จินเฟยเหยาก็หยิบตะเกียบขึ้นเริ่มกินบะหมี่ ด้านข้างคือพั่งจื่อที่นั่งอยู่บนโต๊ะกำลังอุ้มชามกินอย่างเอร็ดอร่อย บนโต๊ะข้างกายพวกเขามีชามบะหมี่กองอยู่หลายสิบชามแล้ว เนื่องจากไม่มีผู้รับใช้ เจ้าของแผงที่ล้างชาม ต้มบะหมี่เองจึงยุ่งอยู่กับการต้มบะหมี่ไม่ว่างไปเก็บชาม
ตานศักดิ์สิทธิ์ของโห่วเม็ดเล็กๆ กระตุ้นให้ความอยากอาหารที่สะกดไว้หลังขั้นกำเนิดใหม่ออกมา แต่ที่โชคดีคืออยากกินนางก็กินได้ ถึงไม่กินก็ไม่หิว ต้องดูอารมณ์ล้วนๆ
จินเฟยเหยากินบะหมี่พลางเอ่ยอย่างสงสัย “เถ้าแก่ ท่านเป็นผู้บำเพ็ญเซียน เหตุใดจึงคิดเปิดแผงบะหมี่ แบบนี้ไม่กระทบการฝึก